
วันที่เก้า เดือนเก้า ปี 2009 ทางกล้องไลก้า ถือโอกาสเปิดตัวกล้องตระกูล M ที่เรียกว่า M9 ซึ่งก็ต้องเชื่อว่า แม้จะเป็นฝรั่งยุโรป ยังถือตัวเลขเก้า เป็นเลขมงคล
เรื่อง+ภาพ : สมเพ็ชร IQ LAB
กล้องไลก้า M9 เป็นกล้องดิจิตอลที่ทางไลก้า ประเทศเยอรมันผลิตเอง ที่เป็น Full Frame มีขนาดเซนเซอร์รับภาพที่ขนาด 24x36 มม. และยังกล้าพูดว่าเป็นกล้อง Full Frame ที่มีขนาดเล็กที่สุด และกะทัดรัดที่สุด ซึ่งผู้เขียนได้นำไปลองแล้ว ก็ยอมรับว่ากะทัดรัดจริงๆ ยิ่งเมื่อต้องเดินทางไกลๆ และต้องถือกล้องนานๆ
ที่จริงแล้ว ทางไลก้า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เมื่อสองปีที่แล้ว ที่ได้ออกรุ่น M8 เพราะทั้งสองรุ่น ถือว่าอยู่ในตระกูล M ซึ่งสามารถใช้เลนส์ที่เป็นเม้าท์ M ของกล้องฟิล์มรุ่นเดิมๆ ซึ่งมีแฟนประจำอยู่ทั่วโลก การที่ทางไลก้าออกรุ่น M9 ที่เป็น Full Frame มา ก็เพื่อรองรับขาประจำที่ตั้งใจรอคอยมานาน





รูปลักษณ์ของกล้องไลก้า M9 ยังคงมีขนาดเท่า M8 ทุกสัดส่วน น้ำหนักเหมาะมือกำลังดี (ยังเบากว่า M8 เล็กน้อย) เพียงแต่ตัวเลขบอกจำนวนภาพที่อยู่บนกล้อง จะเปลี่ยนไปเป็นแสดงอยู่บนเมนูจอ LCD หลังกล้อง ในปุ่ม info ซึ่งแสดงระดับแบตเตอรี่ที่เหลือ และจำนวนภาพ ซึ่งสะดวกและเหมาะสมดี ปุ่มต่างๆของกล้องนี้ ออกแบบมาให้ดูง่าย ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน และเรียกใช้งานง่ายทุกปุ่ม เรียกว่าทางเยอรมันค่อนข้างคิดละเอียดรอบครอบ ทีนี้มาดูว่าใช้งานง่ายอย่างไร
การใช้งาน
การปรับช่องรับแสง การปรับช่องรับแสง Aperture สามารถทำได้รวดเร็วมาก เพราะคุ้นเคยกันมาตั้งแต่การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม เนื่องจากค่าช่องรับแสงจะเป็นแหวนปรับบนเลนส์เลย ทำให้เราสามารถตัดสินได้ว่าจะเลือกใช้ที่ช่องรับแสงเท่าไร ก่อนที่จะยกกล้องขึ้นถ่าย
การโฟกัส แม้จะเป็นกล้องที่เป็น range finder คือเป็นลักษณะที่ช่องมองภาพเป็นการกะระยะ ซึ่งต่างกับกล้องที่ส่วนมากจะคุ้นเคยที่เรียกว่า DSLR (สมัยก่อนที่เป็นฟิล์มจะเรียกว่า SLR = Single Lens Reflex) อีกทั้งกล้องไลก้ารุ่นนี้ ยังไม่มีการปรับโฟกัสอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า Auto Focus ซึ่งนักถ่ายภาพบางท่านก็มองเป็นข้อเสีย เพราะการปรับโฟกัสจะใช้เวลาช้ากว่ากล้องที่สามารถปรับระยะชัดแบบอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรค หากเรานำไปใช้งานถ่ายภาพภูมิทัศน์ กลับเป็นสิ่งที่สะดวก เพราะบางครั้ง นักถ่ายภาพบางท่านอาจเคยพบว่ากล้องที่โฟกัสอัตโนมัติของ DSLR ไม่สามารถโฟกัสได้ดีในบรรยากาศเมฆหมอก หรือสายน้ำ แต่สำหรับกล้องที่เป็น range finder สามารถตั้งระยะชัดได้โดยไม่ต้องกังวลเลย เพียงแต่การถ่ายภาพบุคคล หรือภาพที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาในหลายระยะอาจจะไม่คล่องแคล่ว การถ่ายภาพต่อเนื่อง สามารถกดชัเตอร์ได้ต่อเนื่องกันสามถึงสี่เฟรม โดยที่กล้องมีบัฟเฟอร์ถ่ายโอนข้อมูลไปที่การ์ด ซึ่งการ์ดความจำที่ใช้คือ Sd card จากการทดลอง การ์ดที่ใช้ขนาด 16 GB สามารถรองรับภาพที่เป็น raw file ได้กว่าสี่ร้อยภาพ
แบตเตอร์รี่ เนื่องจากตัวแบตเตอร์รี่ที่ใช้งาน ใช้ควบคุมการทำงานของกล้องเท่านั้น ไม่มีส่วนที่จะทำให้เปลืองไฟมาก แบตเตอร์รี่ที่ใช้ทดลองถ่ายกว่าสี่ร้อยเฟรมได้ทั้งวัน โดยที่มิเตอร์แสดงระดับของแบตเตอรี่ยังคงเหลือประมาณ 40% ถือว่าใช้ได้นานพอควร (การทดลองไม่ได้เปิดดูภาพจากจอ LCD ของกล้องบ่อยๆ)
Raw file ที่สุดแจ๋ว มาตรฐานนิยม ทุกท่านที่เล่นกล้องระดับ full frame คงหนีไม่พ้นที่จะต้องถ่าย raw file และส่วนมากที่พบเห็นกันในกล้องอื่นๆ raw file ของแต่ละค่าย ก็เป็นนามสกุลของตนเอง แต่สำหรับเจ้าไลก้าตัวนี้ raw file เป็นนามสกุล DNG (Digital negative) ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเนกาตีฟดิจิตอล เป็นมาตรฐานของโปรแกรมที่เปิด raw file ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าในอนาคต ไฟล์ที่เราเก็บไว้ จะเปิดออกหรือไม่ เพราะ DNG เป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว นอกจากนี้ ตัว DNG ของไลก้า M9 นี้ ยังสามารถเก็บแบบ Compress ได้ เพื่อการประหยัดพื้นที่ของเมมโมรี่ได้อีกนิด
อุปกรณ์เสริม การออกแบบกล้องตัวนี้ คล้ายรุ่นเดิมๆ ของไลก้า M แต่หากจะถือคล่องขึ้น แนะนำให้ให้หากริป Grip มาใส่ จะเหมาะมือกว่าเยอะ และใช้ได้คล่องแคล่วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริเวณช่องเสียบแฟลชมาตรฐาน เป็น hot shoe และยังสามารถนำวิวไฟน์เดอร์มาเสริม ในช่องดังกล่าว เพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้เลนส์มุมกว้าง ที่ต่ำกว่า 24 มม. ลงมาถึง 16 มม. และที่แจ๋วคือมีระดับน้ำในช่องวิวไฟน์เดอร์ เพื่อช่วยเล็งเวลาถ่ายภาพที่มีขอบฟ้าไม่ให้เอียง
ระบบวัดแสง-สี จากการออกภาคสนาม ระบบวัดแสง และระบบจัดการความสมดุลของสี white balance ถือว่าแม่นยำพอควร โดยเฉพาะเรื่องของสีสัน ถือว่าดีมาก เมื่อเทียบกับ DSLR ทั่วไป ส่วนการวัดแสงของกล้อง หากเป็นเลนส์มุมกว้าง และภาพมีความเปรียบต่างกันมาก ระบบยังไม่แม่นยำ เท่ากล้อง DSLR ทั่วไป
คุณภาพของภาพ เรื่องคุณภาพสำหรับไลก้า เยอรมันแล้ว เป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะคุณภาพของเลนส์ อีกทั้งการออกแบบเลนส์ ที่แสงจากวัตถุที่ถ่ายภาพ ไม่ต้องเดินทางเข้ามาตัวกล้องไกล ทำให้โอกาสที่เกิด Flare ต่ำ ภาพจึงมีคุณภาพที่คมชัดมาก อีกทั้งกล้องไม่มีกระจกสะท้อนภาพแบบ DSLR การถ่ายภาพด้วยชัตเตอร์สปีดที่ช้า จึงทำได้ดี เพราะไม่มีการสั่นไหวของกระจกสะท้อน อีกทั้งเสียงชัตเตอร์ยังเงียบด้วย ส่วนการใช้ ISO ที่สูงกว่า 1250 เริ่มมีโอกาสเห็น Noise บ้างแล้ว
เซนเซอร์รับภาพ เป็น CCD มาตรฐานของโกดัก เช่นเดียวกับที่ใช้ในกล้องมาตรฐานสูงๆ ทั่วๆ ไป ซึ่งต่างกับ DSLR ที่เดี๋ยวนี้ส่วนมากกลับมาใช้ CMOS แต่เป็นที่แน่ชัดอยู่แล้วว่า CCD มีความอิ่มตัวของสี และสามารถแยกแยะรายละเอียดได้ดีมากทีเดียว



สรุปโดยรวม
กล้องไลก้า M9 เป็นกล้อง Full frame ที่มีขนาดเล็กสุด อีกทั้งสามารถเลือกใช้เลนส์เดิมๆ ได้ และตัวเลนส์ก็มีขนาดกะทัดรัด เป็นกล้องที่ทางเยอรมันผลิตเอง คุณภาพเป็นมาตรฐาน เหมาะกับการใช้งานทั่วไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟนๆ ไลก้าที่รอกล้องที่มีขนาด Full Frame มานาน และเวลานี้เป็นที่หมายปองของแฟนไลก้า และความภาคภูมิใจของโรงงานไลก้า ที่แฟนๆ ไลก้ารอการกลับฟื้นของตระกูล M อย่างเต็มภาพภูมิ จนมีการสั่งจองจากทั่วทุกมุมโลกอย่างล้นหลาม จนกำลังการผลิตของเยอรมัน ไม่สามารถผลิตได้ทันความต้องการ












