Camerart Magazine

banner250x90

Nikon D300s

Nikon D300s ออกสู่ตลาดในเมืองไทยแล้ว และหลายคนก็คงจะแปลกใจที่กล้องรุ่นนี้ยังคงมีความละเอียดของ Sensor อยู่ที่ 12.3 ล้านพิกเซล เท่ากับกล้อง Nikon D300 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เลยมีคำถามตามมาว่าความละเอียดที่ 12.3 ล้านพิกเซลนั้นเพียงพอหรือไม่ สำหรับกล้องขนาดนี้

 

เรื่อง + ภาพ : ISO 9000

แน่นอนละครับสำหรับผู้ใช้แล้วความต้องการในเรื่องความละเอียดที่สูงขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องการแน่ๆ แต่การที่จะทำให้มีความละเอียดที่สูงขึ้นมากนั้น คุณภาพของภาพถ่ายและความรวดเร็วในการประมวลผลก็เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไปด้วย Nikon เลือกที่จะใช้ความละเอียดที่ 12.3 ล้านพิกเซลสำหรับกล้องรุ่นนี้ ในด้านความละเอียดนั้นกล่าวได้เลยว่าเพียงพอครับ เพราะ Nikon D300s ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C ซึ่งถ้าเทียบกับเซ็นเซอร์ขนาดเท่าฟิล์มหรือที่เรานิยมเรียกว่า Full frame แล้วก็เทียบได้กว่า 20 ล้านพิกเซลเหมือนกัน และที่เลือกความละเอียดเช่นนี้เพื่อให้การทำงานประมวลผลเป็นไปได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการประมวลผลเมื่อถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง  และสำหรับการประมวลผลภาพที่ 14 bitสี



จุดเด่นใหม่ของ Nikon D300s

เมื่อเป็นกล้องที่ออกใหม่ ซึ่งถือว่าเป็น Miner change ของ D300 ในกล้อง Nikon D300s ก็มีสิ่งใหม่ๆ ที่นำเสนอออกมาให้ใช้งานได้มากขึ้นกว่าเก่า จุดเด่นที่มีมากขึ้นกว่าเก่าอย่างเห็นได้ชัดเจนนั่นคือ

ระบบ Full HD Video Nikon D300s ได้ติดตั้งระบบถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ Full HD Video ให้ใช้งานได้ในกล้องรุ่นนี้ สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยความเร็ว 24 ภาพต่อวินาที พร้อมด้วยระบบบันทึกเสียง ในระบบ Mono และ สามารถต่อกับไมโครโฟนภายนอกเพื่อบันทึกเสียงในระบบ Stereo ได้อีกด้วย สามารถ Edit ตัดภาพได้ในตัวกล้อง

Dual slot ใส่การ์ดได้ 2 ช่อง ต่างไปจาก D300 Nikon D300s มีช่องใส่การ์ด 2 ช่อง ช่องหนึ่งสำหรับใส่การ์ด CF ที่รองรับ UDMA และช่องใส่การ์ดอีกช่องสำหรับ SD ที่รองรับ SDHC สามารถสั่งงานได้ทั้งแบบให้การ์ดหนึ่งบันทึกภาพนิ่ง อีกการ์ดหนึ่งบันทึกภาพเคลื่อนไหว หรือให้การ์ดหนึ่งบันทึกไฟล์แบบ NEF อีกการ์ดหนึ่งบันทึกไฟล์ภาพแบบ JPEG หรือจะให้การ์ดทั้งสองแบบบันทึกแบบ Back up ให้เหมือนกันสองการ์ด หรือจะสั่งให้บันทึกต่อเนื่องเมื่อการ์ดหนึ่งหมดต่อไปอีกการ์ดหนึ่งก็ได้ หรือจะสั่งโอนข้อมูลจากการ์ดหนึ่งไปอีกการ์ดหนึ่งก็สามารถทำได้ทันที เพิ่มความสะดวกในการแยกไฟล์งานถ่ายภาพทันที หรือต้องการโอนข้อมูลเพื่อการใช้งาน

ถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพต่อวินาที ใน D300s มีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วกว่า D300 คือถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 7 ภาพต่อวินาทีโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่แพคร่วมด้วย แต่ถ้าใช้ร่วมกับแบตเตอรี่แพค MB-D10 จะสามารถถ่ายภาพได้ด้วยความเร็ว 8 ภาพต่อวินาที

Quiet Drive mode Nikon D300s มีเพิ่มให้ใหม่ด้วย Quiet drive mode ที่ลดเสียงการลั่นของชัตเตอร์ให้เบาลง สำหรับการถ่ายภาพในสถานที่ที่ไม่ต้องการให้มีเสียงชัตเตอร์รบกวน

ปุ่ม Info ใน Nikon D300s สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปสำหรับส่วนด้านหลังของกล้อง มีการลดสลักสำหรับเปิดช่องใส่การ์ด แต่เพิ่มปุ่มใช้งานขึ้นอีก 2 ปุ่ม นั้นคือ ปุ่ม Lv และปุ่ม Info ซึ่งปุ่ม Info ทำหน้าที่กดเพื่อเปลี่ยนจากจอแสดงภาพเป็นจอแสดงข้อมูล ซึ่งถ้ากดซ้ำจะสามารถปรับตั้งระบบต่างๆ ได้อีก 10 ระบบโดยไม่ต้องเข้าเมนู อย่างเช่น ระบบ High ISO Noise Reduction, Active D-Lighting, Color space, Assign Preview bottom หรือการ Set Picture Control เป็นต้น

ปุ่ม Live View สำหรับใน D300s การเข้าระบบ Live View  จะง่ายและสะดวกกว่า D300 รุ่นก่อนหน้านี้ที่จะต้องไปปรับที่แหวนปรับตั้งด้านซ้ายของกล้อง แต่ใน Nikon D300s ได้แยกเป็น ปุ่ม [Lv] ทำให้ง่ายต่อการเข้าระบบ Live View



ข้อมูลจำเพาะ

ชนิดกล้อง : D-SLR ตัวกล้องเป็น Magnesium alloy

Sensor : CMOS Sensor ขนาด 23.6x15.8 mm. [APS-C]

ความละเอียด : 13.1 ล้านพิกเซล ใช้งานเต็ม 12.3 ล้านพิกเซล

Image Sensor : Nikon EXPEED

A/D conversion : 14 bit

ความละเอียดภาพ : ตั้งได้ 3 ระดับที่ 12.2, 6.9, 3.1 ล้านพิกเซล

ความละเอียดภาพยนตร์ : ตั้งได้ 3 ระดับ ที่ 24 ภาพต่อวินาที 1280x720, 640x424, 320x216 พิกเซล

ชนิดไฟล์ภาพ : NEF [RAW] 12 หรือ 14 bit compressed หรือ lossless compressed, TIFF, NEF+JPEG, JPEG, AVI, Motion JPEG

เลนส์เม้าท์ : Nokon F เม้าท์

ระบบกำจัดฝุ่น : Self-cleaning sensor unit

ระบบโฟกัส : Auto-focus 51 จุด เป็นแบบ cross-type 15 จุด

จุดโฟกัส : เลือกได้ เป็น 51 หรือ 11 จุด ในระบบ Dynamic area เลือกได้เป็น 9 จุด 21 จุด และ 51 จุด

ระบบถ่ายภาพ : [P] Program, [S] Shutter Priority AE, [A] Aperture Priority AE, [M] Manual

ระบบวัดแสง : 3D Color Matrix Metering II, Center Weighted, Spot 3 มม. จุดกลางภาพหรือจุดโฟกัส ถ้าเป็นเลนส์ Non CPU เป็นจุดกลางภาพอย่างเดียว

ระบบถ่ายภาพคร่อม : 2 ถึง 9 ภาพ

ระบบชดเชยแสง : +/- 5.0 EV

ความไวแสง : ISO 200 ถึง ISO 3200 ตั้งลดได้ ISO 100 และเร่งได้ถึง ISO 6400

White Balance : Auto, ตั้งตามชนิดแสงได้ 7 แบบ, Preset 5 แบบ, Color temperature 2500-10000 K

Picture Control : ตั้งได้แบบ Standard, Neutral, Vivid, Portrait, Landscape, Monochrome

ช่องมองภาพ : Optical fixed eye level pentaprism ครอบคุมภาพ 100%

จอ LCD : ขนาด 3 นิ้ว TFT ความละเอียด 920,000 พิกเซล คุมภาพ 100%

LCD Live View : 2 ระบบ Handheld และ แบบ Tripod mode

ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง : Single Frame, Continuous Low, Continuous High 7 ภาพต่อวินาที ถ้าใช้ร่วมกับ MB-D 10 ได้ 8 ภาพต่อวินาที (ที่ RAW 14 bit 2.5 ภาพต่อวินาที), Quiet Shutter, Self Timer และ Mirror-up mode

แฟลชติดกล้อง : ติดตั้งแฟลชพร้อมใช้งาน GN 17 ที่ ISO 200 พร้อม Hot Shoe ISO 581

สื่อบันทึกภาพ : แบบ 2 slot CF card 1 Slot รองรับ UDMA และ SD card 1 slot รองรับ SDHC compliant

แหล่งพลังงาน : Lithium-Ion EN-EL3e

ขนาด : 147x114x74 มม.

น้ำหนัก : 840 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)

สัมผัสใช้งานกับ D300s

ในการลองสัมผัสใช้งานกับกล้องรุ่นนี้  กล้องรุ่นนี้ถือว่าเป็นกล้องระดับกึ่งโปร ซึ่งใช้งานได้คล่องตัวสำหรับนักถ่ายภาพทั่วไปที่ต้องการคุณภาพสูงจนถึงระดับโปรเลยก็ว่าได้ ตัวกล้องเป็นโลหะ Magnesium alloy ที่แข็งแกร่งแต่เบา ใต้ปุ่มและแหวนบังคับต่างๆ มีการ Seal กันน้ำกันฝุ่นได้ระดับหนึ่ง การวางตำแหน่งปุ่มและแหวนบังคับ สำหรับท่านที่เคยใช้กล้อง Nikon ตั้งแต่ D200, D300 มาแล้ว สัมผัสได้กับความคุ้นเคย ด้วยน้ำหนักที่เหมาะมือ ถือกระชับมั่นด้วยยางหุ้มที่ติดมือไม่ลื่นหลุดง่าย ตำแหน่งการปรับตั้งง่ายสะดวกในการใช้งาน ที่ลองใช้งานดูแล้วสะดวกยิ่งขึ้นก็คือ การวางตำแหน่งปุ่ม [Lv] ที่ทำให้การใช้ Live View ง่ายขึ้นไม่ต้องไปปรับตั้งที่แหวนเหมือนกับ D300 ที่แต่เดิมต้องปรับแล้วกดชัตเตอร์ แต่ใน D300s เพียงแต่กดปุ่ม [Lv] ก็เข้าสู่ระบบทันที อีกปุ่มหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ ปุ่ม [info] ที่ใช้สำหรับการปรับจอแสดงภาพให้เป็นจอแสดงข้อมูลดังที่ได้กล่าวไว้แล้วแต่แรก ส่วนที่หายไปในกล้อง D300s ก็คือ สลักผลักเปิดฝาช่องใส่การ์ด การปิดเปิดช่องใส่การ์ดใช้เป็นระบบผลักเลื่อนแทน

ที่แหวนปรับตั้งส่วนบนของกล้องด้านซ้ายมือ สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ระบบ Live View [Lv] เปลี่ยนไปเป็นปุ่ม [Lv] แต่มีเพิ่มเป็น [Q] คือ ระบบ Quiet Drive mode ที่เสียงชัตเตอร์จะเบาลงกว่าปกติ

ในระบบเมนู ในระยะหลังนี้ Nikon ในรุ่นต่างๆ จะใช้ระบบเมนูที่ค่อนข้างจะคล้ายกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจและเลือกใช้ได้ง่ายขึ้น สำหรับใน D300s เมนูเด่นๆ ที่เพิ่มให้ก็คือ ใน Picture Control มีให้เลือกปรับตั้งใช้งานมากขึ้นอีก 2 แบบ คือ Portrait และ Landscape ที่น่าใช้งานอีกอย่างก็คือ ใน Setup menu มี Virtual Horizon คือ ตัวตั้งระดับน้ำ ซึ่งแต่เดิมมีเฉพาะใน D700 และ D3X ใน D300s มีให้ใช้แล้วครับ

จุดเด่นสำหรับกล้องรุ่นนี้ที่น่าใช้งานเช่นเดียวกับรุ่น D300 ก็คือ Active D-Lighting ที่ปรับตั้งละเอียดได้ทั้งแบบ Auto และตั้งได้อีก 4 ระดับมากน้อยตามความต้องการใช้งาน หรือ ปิดระบบ ระบบ Active D-Lighting ช่วยลดความแตกต่างระหว่างส่วนมืดและส่วนสว่างในภาพให้ลดน้อยลง ซึ่งระบบนี้เป็นประโยชน์มากสำหรับภาพถ่ายที่มีความต่างกันของแสงระหว่างส่วนมืดและส่วนสว่างที่แตกต่างกันมากทำให้ส่วนมืดมีรายละเอียดที่ดีขึ้น

 

ทดลองถ่ายภาพ

การทดลองถ่ายภาพ ได้ทดลองถ่ายภาพกล้องรุ่นนี้ พร้อมเลนส์ 12-24 มม. ตัว Nano, 24-70 มม. Nano และ เลนส์ 18-70 มม. ของ Nikon ทั้งหมด ทดลองถ่ายภาพในสภาพแสงต่างๆ ทั้งกลางแจ้ง และในที่ร่ม ด้วยการปรับตั้งความไวแสง ที่ ISO 200-1600 และตั้งระบบ White Balance เป็น Auto สถานที่ถ่ายภาพ คือ ตลาดร่มหุบ ค่ายบางกุ้ง สมุทรสงคราม และงานแสดงที่หน้าลาน กทม. ในพิธีบวงสรวง เสาชิงช้า หน้าวัดสุทัศน์ฯ การถ่ายภาพทดลองการถ่ายภาพด้วยการใช้ระบบ Live View และทดลองการถ่ายภาพ Video





ผลของการทดสอบ

การถ่ายภาพครั้งนี้ถ่ายภาพที่ตลาดร่มหุบตั้งความไวแสงไว้ที่ ISO 200 และ 400 เป็นหลัก นำภาพมาพิจารณา พบว่าการถ่ายภาพด้วยกล้องรุ่นที่ความไวแสง ISO 200 และ 400 ภาพที่ได้น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่ความคมชัดของภาพดีมาก การเก็บรายละเอียดของภาพดีมาก โดยขยายภาพดูได้ดีที่ 100% ในเรื่องสีสัน มีความสดใสและมีสีสันถูกต้อง ไม่ปรากฏสัญญาณรบกวนหรือ Noise ในภาพ (ดังภาพตัวอย่างในหน้าสี)

ภาพในหน้าสีชุดถัดมา เป็นการถ่ายภาพที่ โบสถ์ ค่ายบางกุ้ง และการแสดงที่หน้าลาน กทม เนื่องในโอกาสบวงสรวงเสาชิงช้า เป็นการถ่ายภาพที่ ISO 800 และ ISO 1600 เป็นการถ่ายภาพโดยไม่พึ่งพาขาตั้งกล้องแต่อย่างใด




จากภาพถ่ายที่ได้พบว่า ภาพถ่ายที่ ISO 800 กล้องรุ่นนี้ยังมีความสามารถในการเก็บรายละเอียดและความคมชัดของภาพได้ดี สีสันของภาพยังมีความสดใสเป็นธรรมชาติ สัญญาณรบกวนภาพหรือ Noise ปรากฏบ้างในส่วนมืดของภาพ แต่น้อยมากซึ่งถ้าขยายภาพใหญ่แล้วตั้งลด Noise เกือบจะไม่ปรากฏสัญญาณรบกวนภาพเลย

สำหรับภาพถ่ายที่ ISO 1600 ภาพถ่ายที่ได้จากล้องรุ่นนี้พบว่า การเก็บรายละเอียดและความคมชัดของภาพดูเผินๆ จัดอยู่ในขั้นที่ดี แต่ถ้าสังเกตกันอย่างละเอียดเมื่อขยายภาพดูที่ 100% จะพบว่า ความคมชัดลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการถ่ายภาพที่ ISO 400 และ 800 สำหรับในเรื่องสีสันนั้น ยังคงให้สีสันที่สดใสเป็นธรรมชาติ ในเรื่องสัญญาณรบกวนพบว่า ปรากฏสัญญาณรบกวนหรือ Noise ปรากฏ แต่ Noise ที่ปรากฏจะเป็นลักษณะที่เป็นเม็ดสี คล้ายเกรนฟิล์ม แต่อยู่ในระดับที่รับได้เมื่อจำเป็นต้องถ่ายภาพด้วยความไวแสงที่สูง

ในเรื่อง White Balance การถ่ายภาพทดสอบครั้งนี้ตั้งเป็น Auto WB เพื่อทดสอบความแม่นยำของระบบ Auto WB พบว่ามีความแม่นยำใช้งานได้อย่างสบายใจได้เลย

ในการทดลองถ่ายภาพด้วยการใช้ระบบ [Lv] หรือ Live View ซึ่งมีระบบโฟกัสให้เลือกใช้สองแบบ คือแบบ Hand Held ซึ่งการโฟกัสภาพทำได้ด้วยการกดปุ่ม AF-ON กระจกรับภาพจะกระดกขึ้นแล้วกล้องทำหน้าที่โฟกัสภาพอัตโนมัติ จะให้สัญญาณเสียงเมื่อโฟกัสภาพได้ พบว่าการโฟกัสทำได้รวดเร็ว ภาพที่ได้มีความคมชัดดี สำหรับระบบโฟกัสภาพแบบ Tripod การโฟกัสภาพเป็นแบบอ่านค่าความเปรียบต่าง โดยจะแสดงเป็นสี่เหลี่ยมจุดโฟกัสสีแดง เมื่อโฟกัสภาพได้แล้วจะแสดงเป็นจุดสีเขียว การโฟกัสทำได้ดีมีความรวดเร็วพอใช้ ภาพที่ได้มีความคมชัดดีเช่นกัน การโฟกัสทั้ง 2 ระบบสามารถขยายภาพในเวลาโฟกัสภาพได้อีกด้วย

ในระบบถ่ายภาพ Video พบว่าใช้งานได้ง่ายมาก เมื่อเปิดระบบ [Vv] แล้ว เพียงแต่กดปุ่มยืนยันที่แป้นสี่ทิศทางกล้องก็จะดำเนินการถ่าย Video ทันที เมื่อต้องการหยุดก็เพียงกดซ้ำเท่านั้น คุณภาพแบบ HD ให้ความละเอียดดีมาก

ต้องถือว่าแม้ว่า Nikon D300s จะเป็นกล้องแบบ Miner Change แต่สมรรถนะที่มีเพิ่มให้ใหม่ทำให้กล้องรุ่นนี้มีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับการใช้งานถ่ายภาพได้มากขึ้นกว่าเก่าอีกมากมาย ถือว่าเป็นกล้องที่น่าพิจารณาสำหรับ ผู้ที่ต้องการกล้องที่จะให้ภาพสมรรถนะสูงได้เป็นอย่างดีครับ

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน