Camerart Magazine

banner250x90

You are here: Home รีวิวสินค้าใหม่ กล้อง D-SLR ใครคือสุดยอดเลนส์ Macro อิสระ

ใครคือสุดยอดเลนส์ Macro อิสระ

ดัชนีบทความ
ใครคือสุดยอดเลนส์ Macro อิสระ
page 2
page 3
ทุกหน้า

ถ้าพูดถึงผู้นิยมถ่ายภาพ Macro หลายคนคงจะคิดว่าจะเลือกของค่ายไหนดี สำหรับผู้ที่ชอบค่ายเลนส์อิสระ  วันนี้เรามีคำตอบมาให้ว่า เลนส์มาโครอิสระ TAMRON SP 90mm.F2.8 Di Macro, Tokina 100 mm F 2.8 AT-X PRO D และ Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG  ใครคือสุดยอด ?

 

เรื่อง + ภาพ Mr.Auto

ผมมีธุระต้องข้ามไปปากช่อง เลยขับรถข้ามไปทางเขาใหญ่ และได้แวะเวียนไปทางเข้าน้ำตกเหวนรก พบว่าเห็ดถ้วย เห็ดแชมเปญ เริ่มจะพบเห็นหนาตา แมลงสวยๆ  ริมทางเดินเข้าน้ำตกเหวนรกเริ่มมีไปทั่ว มองไปทางไหนก็มีแต่ตั๊กแตนสีสวย แมงมุมสีส้ม สารพัดแมลงที่ผมไม่รู้จักมันสักเท่าไร รู้แต่ว่า สวย ต้องถ่ายภาพเอาไว้สักหน่อย ผมชวนน้องๆ ในกลุ่มถ่ายภาพไปลุยถ่ายภาพมาโครกัน ส่วนใหญ่ยังไม่มีเลนส์มาโครใช้งาน เมื่อต้องออกไปถ่ายภาพมาโครก็ควรจะมีเลนส์มาโครแท้ๆ สักตัว เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด คำถามคือ จะซื้อเลนส์มาโครตัวใดดี เลนส์ยี่ห้อกล้อง หรือเลนส์อิสระ เลนส์ค่ายดีกว่าไหม เลนส์อิสระตัวใดดี คำตอบนี้ส่วนมากเราจะตอบตามความเชื่อและสิ่งที่ได้ยินมา มันอาจจะถูกในช่วงระยะเวลาหนึ่ง พอเวลาผ่านไป มีเลนส์รุ่นใหม่ออกมา คำตอบที่เคยถูกก็อาจจะไม่ถูกแล้วก็ได้
คำถามว่า ทำไมต้องเป็นเลนส์มาโครด้วย ใช้ซูมมาโครหรืออุปกรณ์อื่นๆ ช่วยให้ถ่ายได้ใกล้ๆ เช่น ฟิลเตอร์โคลสอัพ ข้อต่อ Entension Tube หรืออย่างอื่นไม่ได้หรือ คำตอบคือ  
1. เลนส์ปกติรวมทั้งเลนส์ซูมที่สามารถถ่ายภาพใกล้ได้จะไม่สามารถถ่ายภาพที่อัตราขยายสูงมากๆ เช่น 1:2 จนถึง 1:1 ได้ ทำให้ไม่สามารถถ่ายภาพแมลงตัวเล็กๆ ได้ใหญ่นัก
2. เลนส์ปกติจะมีคุณภาพต่ำลงอย่างน่าใจหายเมื่อถ่ายภาพในระยะใกล้ ความคลาดสีสูง คมชัดต่ำ โดยเฉพาะขอบภาพเมื่อถ่ายภาพใกล้ ไม่สามารถแยกรายละเอียดเล็กๆ ได้ชัดเจน
3. เลนส์ปกติมักให้ภาพบิดเบือนสูงเมื่อถ่ายภาพใกล้ ทำให้สัดส่วนของภาพเพี้ยนไป ยิ่งใกล้จะยิ่งเพี้ยน
4. เลนส์ซูมที่ถ่ายอัตราขยายสูงส่วนใหญ่จะเป็นมาโครที่มุมกว้าง เมื่อใช้งานถ่ายภาพจริงๆ จะต้องเข้าใกล้วัตถุมากๆ บางครั้งอาจจะ 1-3 เซนติเมตร ซึ่งไม่เหมาะกับการถ่ายภาพมาโครในธรรมชาติ เพราะเรามักจะเข้าใกล้วัตถุไม่ได้มากขนาดนั้น อีกทั้ง แมลงหรือสิ่งที่เราจะถ่ายภาพอาจจะหนีไปเมื่อเราเข้าใกล้มากขนาดนั้น หลายอย่างที่ถ่ายภาพอาจจะเป็นอันตรายเกินไปที่จะเข้าใกล้
ส่วนเลนส์มาโครแท้ๆ คือ เลนส์ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพอัตราขยายสูง เช่น 105 มาโคร 60 มาโคร พวกนี้จะมีคุณภาพสูงมากๆ เมื่อถ่ายภาพระยะใกล้ มีความคลาดต่างๆ ในระดับต่ำ ความบิดเบือนต่ำมาก มีความคมชัดสูง สามารถแยกแยะรายละเอียดเล็กมากๆ ได้ดี และมีระยะห่างจากวัตถุที่จะถ่ายภาพมากพอเมื่อถ่ายภาพที่อัตราขยายภาพสูงสุด เมื่อเทียบภาพจากเลนส์มาโครกับเลนส์ทั่วไปที่อัตราขยายสูงๆ จะพบความแตกต่างในคุณภาพได้อย่างชัดเจน ส่วนอุปกรณ์ประกอบพวกข้อต่อ เหมาะสำหรับใช้กับเลนส์มาโครมากกว่า เพราะจะยังให้คุณภาพที่ดีแม้จะถ่ายใกล้เกินกว่าที่เลนส์สร้างเอาไว้
เมื่อรู้ว่ารักจะถ่ายภาพมาโครก็ต้องใช้เลนส์มาโครแล้ว ไปดูราคาเลนส์มาโครจะพบว่าส่วนมากมีราคาค่อนข้างสูง ระดับ 2 หมื่นบาทขึ้นไปสำหรับเลนส์มาโครยี่ห้อเดียวกับกล้องหรือมักเรียกว่าเลนส์ค่าย ยิ่งเลนส์มาโครรุ่นใหม่ที่มีระบบกันสั่นแล้ว ราคายิ่งกระโดดสูงขึ้นไปอีกมาก ทำให้ยากจะเป็นเจ้าของ หากลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายลงและลดความคาดหวังเรื่องยี่ห้อเลนส์ (โดยไม่ลดความคาดหวังด้านคุณภาพ) จะพบว่ามีเลนส์มาโครยี่ห้ออิสระอยู่หลายยี่ห้อที่ราคาพอจับจองเป็นเจ้าของได้ ในกลุ่มเลนส์อิสระที่น่าเป็นเจ้าของ โดยดูจากราคา คุณภาพ การบริการ ราคาขายต่อ จะพบว่าเลนส์ที่น่าซื้อมีเพียง 3 ยี่ห้อเท่านั้น คือ TAMRON SP 90 mm. F2.8 Di Macro, Tokina 100 mm. F2.8 AT-X PRO D และ Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG


เมื่อเจอคำถามว่าจะซื้อเลนส์มาโครอะไรดี เอาดีและไม่แพง ผมแนะนำเลนส์บางตัวไป ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความคาดหวังของผู้ถาม หลายครั้งก็ไม่ได้ซื้อเลนส์ตามที่ผมแนะนำ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอยู่แล้วในทุกๆ วัน มีคนถามผมว่า เอาเลนส์มาโครไปถ่ายภาพบุคคลจะเป็นอะไรไหม ภาพจะแข็งไปหรือเปล่า คมไปหรือเปล่า ความเปรียบต่างสูงไปหรือเปล่า ซึ่งผมก็จะตอบไปตามความจริงที่มักจะขัดแย้งกับข้อมูลเดิมๆ ที่ได้มา นั่นก็เป็นเรื่องปกติอีกนั่นละ หลังสุดมีการถามเรื่องเลนส์มาโครในเวปบอร์ดแห่งหนึ่ง คนส่วนมากที่มาให้คำแนะนำมักจะเชียร์เลนส์ที่ดูเหมือนจะดี แต่ไม่ได้ดีที่สุด ซึ่งทำให้ผู้ซื้อเสียเงินแพงกว่าคุณภาพไปบ่อยครั้ง นั่นก็เป็นเรื่องปกติอีกนั่นละที่คนเรามักซื้อของจากความเชื่อมากกว่าคุณภาพที่แท้จริงของมัน
ผมเลยทำการหยิบยืมเลนส์มาโครอิสระที่น่าสนใจทั้ง 3 ยี่ห้อ รวมทั้งเลนส์ค่าย 2 ยี่ห้อด้วย ซึ่งเป็นค่ายในระดับ 1 และ 2 ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าเลนส์อะไรมาทำการเปรียบเทียบด้วยเพื่อดูว่าจริงๆ แล้วคุณภาพของเลนส์ค่ายเทียบกับเลนส์อิสระแล้ว ใครเจ๋งกว่ากันแน่ แต่..ข้อมูลเรื่องเลนส์ค่ายผมจะไม่กล่าวถึงนะครับ และจะไม่แสดงภาพในบทความทดสอบนี้ด้วย สาเหตุเพราะนี่คือบทความทดสอบเปรียบเทียบเลนส์อิสระ ส่วนเลนส์ค่ายที่ผมทดสอบร่วมด้วย ผมเอาไว้ดูเอง
เรามาดูคุณสมบัติของเลนส์แต่ละยี่ห้อกันดีกว่า

TAMRON SP 90 mm. F2.8 Di Macro (Model 272E)
เป็นเลนส์มาโครอิสระที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ได้รับการยอมรับมายาวนานในด้านคุณภาพ ใช้งานได้ดีเยี่ยมทั้งการใช้งานถ่ายภาพมาโครและการถ่ายภาพบุคคล ได้รับการปรับปรุงมาโดยตลอด ออกแบบสำหรับกล้องดิจิตอลโดยเฉพาะ พร้อมระบบโฟกัสคลัช สามารถเปลี่ยนจากระบบปรับความชัดอัตโนมัติเป็นปรับความชัดโดยผู้ใช้ได้ทันที ราคาไม่แพง จำนวนชิ้นเลนส์ 10 ชิ้น 9 กลุ่ม มุมรับภาพ 27 องศา จำนวนม่านช่องรับแสง 9 ใบ ระยะชัดใกล้สุด 29 เซนติเมตร อัตราขยายสูงสุด 1:1 ขนาดฟิลเตอร์ 55 มิลลิเมตร น้ำหนัก 405 กรัม ขนาด 71.5x97 มิลลิเมตร อุปกรณ์มาตรฐาน ฮูดกันแสง กระเป๋าใส่เลนส์ เมาท์เลนส์ Canon Nikon  Pentax และ Sony

 

 

 

 

 

 

Tokina 100 mm F2.8 AT-X PRO D
เป็นเลนส์รุ่นมืออาชีพ ตัวเลนส์ออกแบบได้แข็งแรงบึกบึนมาก เคลือบผิวเลนส์ป้องกันแสงสะท้อนมาเป็นพิเศษสำหรับใช้กับกล้องดิจิตอลโดยเฉพาะ พร้อมระบบโฟกัสคลัช สามารถเปลี่ยนจากระบบปรับความชัดอัตโนมัติเป็นปรับความชัดโดยผู้ใช้ได้ทันที ช่องรับแสง F2.8 ช่องรับแสงแคบสุด F32 จำนวนชิ้นเลนส์ 9 ชิ้น 8 กลุ่ม มุมรับภาพ 27 องศา 30 ลิปดา จำนวนม่านช่องรับแสง 9 ใบ ระยะชัดใกล้สุด 30 เซนติเมตร อัตราขยายสูงสุด 1:1 ขนาดฟิลเตอร์ 55 มิลลิเมตร น้ำหนัก 490 กรัม ขนาด 95.1x73 มิลลิเมตร อุปกรณ์มาตรฐาน ฮูดกันแสง กระเป๋าใส่เลนส์ เมาท์เลนส์ Canon Nikon

 

 

 

Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG
เลนส์มาโครจากค่ายเลนส์อิสระที่ใหญ่ที่สุด โดดเด่นด้วยการออกแบบและระบบการทำงานที่มักจะก้าวหน้ากว่าค่ายอิสระด้วยกัน ทางยาวโฟกัส 105 มม. ช่องรับแสง F2.8 ช่องรับแสงแคบสุด F32 จำนวนชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น 10 กลุ่ม มุมรับภาพ 23 องศา 30 ลิปดา จำนวนม่านช่องรับแสง 8 ใบ ระยะชัดใกล้สุด 31.2 เซนติเมตร อัตราขยายสูงสุด 1:1 ขนาดฟิลเตอร์ 58 มิลลิเมตร น้ำหนัก 450 กรัม ขนาด 74x95 มิลลิเมตร อุปกรณ์มาตรฐาน ฮูดกันแสง กระเป๋าใส่เลนส์ เมาท์เลนส์ Canon Nikon Pentax Sony และ Sigma

 

 

 

ทดสอบเปรียบเทียบ 3 เลนส์มาโคร
ในการทดสอบผมจะทดสอบทั้งหมด 6 หัวข้อด้วยกันแล้วให้คะแนนของเลนส์แต่ละตัว โดยเริ่มจาก การออกแบบ วัสดุ และการใช้งาน คุณภาพด้านความคมชัดในการถ่ายภาพระยะไกล คุณภาพด้านความคมชัดในการถ่ายภาพระยะใกล้ การควบคุมแสงแฟลร์ ความคลาดสี สีสัน ความเร็วในการปรับความชัด ความคงที่ของแสง ความสามารถในการดึงรายละเอียดส่วนเงา และสุดท้ายคือ คุณภาพในการถ่ายภาพบุคคล ทั้งหมดถูกทดสอบกับกล้อง Nikon D3 ที่ความละเอียดสูงสุด ทุกภาพที่เปรียบเทียบจะถ่ายด้วยค่าเปิดรับแสงและสมดุลสีเดียวกันทั้งหมด

1. การออกแบบ วัสดุ และการใช้งาน
เริ่มจาก TAMRON SP 90mm.F2.8 Di Macro ตัวเลนส์เล็กและผอมที่สุดในกลุ่ม ตัวถังทำจากพลาสติก ABS ผิวเรียบ ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรงแต่อย่างไร ไม่มีวงแหวนปรับช่องรับแสง เมาท์เป็นสแตนเลส ปรับความชัดโดยใช้มอเตอร์ในตัวเลนส์ วงแหวนปรับความชัดมีขนาดใหญ่ หุ้มยางกันลื่น สามารถเปลี่ยนระบบปรับความชัดจากอัตโนมัติ เป็นปรับตั้งโดยผู้ใช้โดยการผลักวงแหวนปรับความชัดเข้าออก หน้าต่างแสดงระยะชัดปิดด้วยพลาสติกใส มีสเกลบอกระยะชัดทั้งแบบฟุตและเมตร  พร้อมสเกลแสงระยะชัดลึก ไม่มีตำแหน่งโฟกัสอินฟราเรด องศาการหมุนจากไกลสุดไปยังใกล้สุดประมาณ 270 องศาตามเข็มนาฬิกา ระยะชัดใกล้สุด 29 เซนติเมตร สามารถจำกัดระยะชัดได้โดยมีวงแหวน Full Limit ควบคุม แบ่งระยะที่ประมาณ 42 เซนติเมตร ความยาวตัวเลนส์เมื่อปรับความชัดใกล้สุดยาวเป็นอันดับ 1 คือ 14.8 เซนติเมตร มีฮูดแบบเขี้ยวขนาดยาว 4.6 เซนติเมตรยาวเป็นอันดับสอง
Tokina 100 mm F2.8 AT-X PRO D ตัวเลนส์ผอมเป็นอันดับสองของกลุ่มรองจาก Sigma แต่หนักที่สุดในกลุ่มคือ 490 กรัม ตัวถังทำจากโลหะ ผิวสากแบบเลนส์นิคอนหลายๆ รุ่น มีวงแหวนปรับช่องรับแสงจาก F2.8-F32 พร้อมที่ล็อคค่าช่องรับแสง เมาท์เป็นสแตนเลส ปรับความชัดจากตัวกล้อง วงแหวนปรับความชัดมีขนาดใหญ่หุ้มยางกันลื่น เปลี่ยนระบบปรับความชัดจากอัตโนมัติเป็นปรับตั้งโดยผู้ใช้โดยการผลักวงแหวนปรับความชัดเข้าออก หน้าต่างแสดงระยะชัดปิดด้วยพลาสติกใส มีสเกลบอกระยะชัดทั้งแบบฟุตและเมตร พร้อมสเกลแสงระยะชัดลึก ไม่มีตำแหน่งโฟกัสอินฟราเรด องศาการหมุนจากไกลสุดไปยังใกล้สุดประมาณ 270 องศาทวนเข็มนาฬิกา ระยะชัดใกล้สุด 30 เซนติเมตร สามารถจำกัดระยะชัดได้โดยมีวงแหวน Full Limit ควบคุม แบ่งระยะที่ประมาณ 39 เซนติเมตร ความยาวตัวเลนส์เมื่อปรับความชัดใกล้สุดยาวเป็นอันดับ 2 คือ 14.1 เซนติเมตร มีฮูดแบบเขี้ยวขนาดยาว 5.5 เซนติเมตรยาวเป็นอันดับหนึ่ง
Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG ตัวเลนส์อ้วนที่สุดในกลุ่ม ตัวถังทำจากพลาสติก ABS พร้อมเคลือบผิวกันลื่นแบบ Zen เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Sigma มีวงแหวนปรับช่องรับแสง F2.8-32 เมาท์เป็นสแตนเลส ปรับความชัดจากตัวกล้อง วงแหวนปรับความชัดมีขนาดใหญ่ หุ้มยางกันลื่น สามารถเปลี่ยนระบบปรับความชัดจากอัตโนมัติเป็นปรับตั้งโดยผู้ใช้โดยการผลักวงแหวนปรับความชัดเข้าออก หน้าต่างแสดงระยะชัดปิดด้วยพลาสติกใส มีสเกลบอกระยะชัดทั้งแบบฟุตและเมตร พร้อมสเกลแสงระยะชัดลึก ไม่มีตำแหน่งโฟกัสอินฟราเรด องศาการหมุนจากไกลสุดไปยังใกล้สุดประมาณ 270 องศาตามเข็มนาฬิกา ระยะชัดใกล้สุด 31.3 เซนติเมตร สามารถจำกัดระยะชัดได้โดยมีสวิชท์ Full Limit ควบคุม แบ่งระยะที่ประมาณ 40 เซนติเมตร ความยาวตัวเลนส์เมื่อปรับความชัดใกล้สุดยาวเป็นอันดับ 1 คือ 14.8 เซนติเมตร มีฮูดแบบเกลียวขนาดยาว 4.6 เซนติเมตรยาวเป็นอันดับ 2 ร่วมกับ Tokina คือ 14.1 เซนติเมตร
จากการลองใช้งานกับตัวกล้อง Nikon D3 เลนส์ทั้งสามตัวสามารถใช้งานได้คล่องตัวและสมดุลดีในการจับถือ ถอดเปลี่ยนใกล้เคียงกัน โดย Sigma จัดได้กระชับกว่าโดยเฉพาะเมื่อเหงื่อออกมือหรือมือชื้น เพราะเคลือบผิวด้วยยางและตัวเลนส์ค่อนข้างอ้วนกว่าชาวบ้าน รองลงมาเป็น Tokina และท้ายสุดคือ Tamron เพราะผิวจะลื่นเมื่อมือเปียกชื้น ความคล่องตัวในการใช้งานทั่วไปไม่แตกต่างกันแม้จะใช้ระบบปรับความชัดแบบปรับตั้งเอง ส่วนการออกแบบภายนอก ผมยกให้ Tamron โดดเด่นในเรื่องความเรียบง่ายและขนาดกะทัดรัด ส่วน Tokina เด่นในเรื่องความรู้สึกบึกบึน ดูแข็งแรง ส่วน Sigma นั้น เลนส์ที่ส่งมาค่อนข้างโทรมเล็กน้อย เคลือบผิวมีลอกเล็กน้อยในบางจุด ซึ่งเป็นจุดอ่อนของการเคลือบผิวแบบ Zen ในระยะยาว

คะแนนโดยรวม
TAMRON SP 90 mm. F2.8 Di Macro 8/10
Tokina 100 mm. F2.8 AT-X PRO D 10/10
Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG  8/10

2. คุณภาพด้านความคมชัดในการถ่ายภาพระยะไกล
ผมทำการทดสอบคุณภาพในการถ่ายภาพระยะไกลโดยการถ่ายภาพที่ระยะไกลสุดสายตา ตั้งกล้องที่จุดเดียวกัน ใช้ขาตั้งกล้องและสายกดชัตเตอร์เพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ไล่ทุกขนาดช่องรับแสง จากนั้นดูภาพเปรียบเทียบที่ทุกช่องรับแสงตัดส่วนเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนที่สุด ภาพแรกเป็นภาพกำแพงศิลาแลงซึ่งมีรายละเอียดสูง ระยะห่างประมาณ 10 เมตร ส่วนภาพที่สองเป็นภาพทิวทัศน์ระยะสุดสายตา ผลทดสอบดังนี้
TAMRON SP 90 mm. F2.8 Di Macro ที่ช่องรับแสงกว้างสุด F2.8 ความคมชัดของภาพยังไม่ดีนักทั้งกลางและขอบภาพ เมื่อหรี่ช่องรับแสงลงไปยัง F8 คุณภาพด้านความคมชัดดีขึ้นมาก ดีที่สุดที่ F11-16 ส่วน F22-32 ความคมชัดยังทำได้ดีมาก ทั้งๆ ที่ปกติที่ช่องรับแสงแคบภาพมักจะเบลอเพราะการกระเจิงของแสง Tokina 100 mm. F2.8 AT-X PRO D ให้คุณภาพที่ดีเกินความคาดหมายไปมากมาย ที่ช่องรับแสง F2.8 ภาพคมชัดดีมากจนน่าแปลกใจ เพียง F4 ภาพคมชัดจนถึงระดับที่ดีมาก และดีต่อเนื่องไปจนถึง F16 ที่ F22-32 ความคมชัดตกลงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วน Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG ที่ F2.8 ความคมกลางภาพยังไม่ดีนัก ส่วนขอบภาพค่อนข้างเบลอมาก เริ่มดีขึ้นที่ F5.6 และสูงสุดที่ F8-11-16 ที่ F22-32 คุณภาพลดลงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อเทียบกันทั้ง 3 ตัว Tokina ให้ภาพที่ดีที่สุด ทั้งในด้านความคมชัดสูงสุด และความคมชัดที่ช่องรับแสงกว้าง เมื่อนำไปใช้งานปกติไม่จำเป็นต้องหรี่ช่องรับแสงแคบก็ได้คุณภาพสูงสุดแล้ว ลองมาคือ Sigma ส่วน Tamron ให้ความคมชัดด้อยสุดในกลุ่ม ต้องหรี่ช่องรับแสงแคบลงถึง F11 จึงจะได้คุณภาพที่ดีทั่วทั้งภาพ

คะแนนโดยรวม
TAMRON SP 90 mm. F2.8 Di Macro 7/10
Tokina 100 mm. F2.8 AT-X PRO D 10/10
Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG  9/10

3. คุณภาพด้านความคมชัดในการถ่ายภาพระยะใกล้
ทำการทดสอบคุณภาพในการถ่ายภาพระยะใกล้โดยการถ่ายภาพมุ้งลวดประตูบ้านผมเอง ที่เลือกมุ้งลวดเพราะเป็นวัตถุระนาบเดียวที่เป็นตาราง สามารถเช็คทั้งความคมชัด ขนาด และความบิดเบือนของภาพได้เป็นอย่างดี โดยให้ภาพจากเลนส์ทั้งสามตัวนั้นมีขนาดเท่าเกือบเท่ากันทั้งหมด ใช้ขาตั้งกล้องและสายกด
ชัตเตอร์เพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ไล่ทุกขนาดช่องรับแสง จากนั้นดูภาพเปรียบเทียบที่ทุกช่องรับแสงตัดส่วนเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนที่สุด ผลปรากฏดังภาพเหล่านี้
TAMRON SP 90 mm. F2.8 Di Macro ที่ F5.6 ความคมชัดกลางภาพดีมาก ส่วนขอบภาพค่อนข้างเบลอ และดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อหรี่ช่องรับแสง คุณภาพดีสุดที่ F22 ส่วนที่ F32 และ F45 ความคมชัดตกลงเล็กน้อย Tokina 100 mm. F2.8 AT-X PRO D ยังเป็นเลนส์มาโครที่ให้ความคมชัดอย่างน่าทึ่ง ที่ F5.6 ภาพคมชัดดีมากทั้งกลางและขอบภาพ และดีขึ้นอีกที่ F8 ไปจน F22 เมื่อถ่ายภาพมาโครด้วยแสงธรรมชาติจะได้เปรียบมากที่ความคมชัดสูงตั้งแต่ช่องรับแสงกว้างเลยทีเดียว ส่วน F32-45 ความคมชัดลดลงเล็กน้อยเท่านั้น Sigma 105 mm.  f/2.8 EX DG กลับเป็นเลนส์ที่น่าผิดหวังในการถ่ายภาพมาโคร ความคมชัดกลางภาพต่ำว่าขอบภาพตั้งแต่ช่องรับแสงกว้าง ซึ่งในตอนแรกผมคิดว่าน่าจะปรับความชัดผิด ทดสอบใหม่อีก 3 ครั้งให้ผลเดียวกัน ความคมชัดกลางภาพดีที่ F22-32 ส่วนขอบภาพคมชัดสม่ำเสมอดีตลอดช่วงช่องรับแสง
เลนส์ทั้ง 3 ตัวนี้เมื่อถ่ายภาพระยะใกล้ Tokina ยังให้ผลที่ดีที่สุด รองมาคือ Tamron และด้อยสุดคือ Sigma ซึ่งปัญหาของ Sigma ตัวที่ผมทดสอบไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาเฉพาะตัวหรือเป็นปัญหาทุกตัว

คะแนนโดยรวม
TAMRON SP 90 mm. F2.8 Di Macro 8/10
Tokina 100 mm. F2.8 AT-X PRO D 10/10
Sigma 105 mm. f/2.8 EX DG  5/10

 



 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน