Camerart Magazine

banner250x90

Canon EOS 5D Mark II

5dCanon EOS 5D Mark II  ที่พรั่งพร้อมด้วยโปรแกรมการใช้งาน สำหรับช่างภาพมืออาชีพ  ที่ต้องการคุณภาพของไฟล์งานที่มีคุณภาพ Canon EOS 5D Mark II  ปรับปรุงจาก Canon EOS 5D ที่มีอะไรใหม่ ๆ ในกล้องรุ่นนี้ที่น่าสนใจหลายอย่าง

ลักษณะเด่นของ EOS 5D Mark II

            Sensor ขนาด 24x36 มม. เท่าฟิล์มแบบ CMOS ที่มีความละเอียดสูงสำหรับการใช้งานถึง 21.1 ล้านพิกเซล ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ที่มีการเรียงตัวของแต่ละพิกเซลที่ชิดกันมากขึ้นพร้อมทั้งชั้น microlens ที่มีระยะชิดกันมากขึ้นเพื่อรับแสงให้ได้เต็มที่

ได้เต็มที่

 

Image processor DIGIC 4 ใหม่ พัฒนาใหม่ล่าสุดที่ทำงานได้รวดเร็วมากยิ่ง

            ตัวกล้อง ผลิตด้วยวัสดุ Magnesium Alloy พร้อมระบบ seal ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำซึ่งต่างไปจาก EOS 5D ที่ไม่มีระบบนี้

 


 

Dust reduction บ่นกันมากใน EOS 5D เรื่องฝุ่นหน้าเซ็นเซอร์ ใน EOS 5D Mark II ติดตั้งระบบ Dust reduction ที่เป็นระบบชุดฟิลเตอร์หน้าเซ็นเซอร์สั่นด้วยความถี่สูง เพื่อสลัดฝุ่นหน้าเซ็นเซอร์ทุกครั้งที่มีการเปิดปิดกล้องพร้อมด้วยระบบ Dust delete data ที่สามารถใช้ซอฟแวร์ในการลบฝุ่นในภาพได้อีกด้วย

            ความไวแสงปรับได้สูงขึ้น ใน EOS 5D ตั้งความไวแสงได้สูงสุดที่ ISO 3200 แต่ใน EOS 5D Mark II ได้ปรับให้มีความไวแสงที่สูงมากขึ้น ตั้งได้ตั้งแต่ ISO 100-6400  และยังสามารถตั้งได้ใน Custom function ให้ลดเป็น ISO 50หรือ เร่งให้สูงได้เป็น ISO 18200 และ ISO 25600 ได้อีกด้วย

            ระบบ Auto ISO เมื่อตั้งความไวแสงอัตโนมัติ ความไวแสงปรับได้ตั้งแต่ ISO 100-3200 ยกเว้นในระบบถ่ายภาพ

 

 ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ด้วยความเร็ว 3.9 ภาพต่อวินาที ถ่ายต่อเนื่องถ้าตั้งเป็นRAW ไฟล์ได้ 13 ภาพ และแบบ JPEG ได้ 78 ภาพ แต่ถ้าใช้การ์ดแบบ UDMA สามารถถ่ายต่อเนื่องกันได้ 310 ภาพ

  เมนู พัฒนาใหม่ให้ใช้งานได้ง่ายกว่าเก่า และดูหรูกว่าเก่า

            ระบบ Image Processing  เลือกตั้งได้ 4 รูปแบบ คือ High light Tone Priority, Auto lighting optimizer ตั้งได้ 4 ระดับ High ISO Noise Reduction และ Len peripheral illumination correction แก้อาการขอบภาพมืด

 

RAW file ตั้งได้ 3 ระดับ RAW ที่ 21.1 ล้านพิกเซล S RAW 1 ที่ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล และ S RAW 2 ที่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

            จอแสดงภาพ จอแสดงภาพเปลี่ยนเป็นขนาด 3 นิ้ว แบบ TFT ความละเอียด 920,000 พิกเซล ที่ Coated เป็นพิเศษป้องกันแสงสะท้อน และมีมุมมองภาพกว้างถึง 17 องศา

 

 

 


 

ระบบ Live View ใน EOS 5D Mark II ได้เพิ่มระบบ Live View ให้สามารถมองภาพในเวลาถ่ายภาพผ่านจอLCD พร้อมด้วยระบบโฟกัสอัตโนมัติให้เลือกใช้ได้ 3 แบบ รวมระบบ Face detection

            ระบบบันทึกภาพ Video ใน EOS 5D Mark II นับเป็นกล้อง D-SLR รุ่นแรกของ Canon ที่เพิ่มระบบถ่ายภาพแบบ Video ให้ใช้งานได้ด้วย และสามารถตั้งความละเอียดสูงถึง 1080 p H และถ่ายภาพได้นานถึง 12 นาที พร้อมการบันทึกเสียง หรือตั้งแบบ VGA H ที่ถ่ายได้นาน 24 นาที

            เพิ่มระบบ AF Micro Adjustment เพื่อการปรับจุดโฟกัสภาพแบบละเอียด สามารถบันทึกตามขนาดของเลนส์ที่ได้ ได้ถึง 20 รุ่นด้วยกัน

            เพิ่มระบบ Image copyright metadata กล้องรุ่นนี้ได้เพิ่มระบบที่สามารถบันทึกชื่อของผู้ถ่ายภาพไว้ได้ในmetadata เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของภาพได้

ข้อมูลจำเพาะ EOS 5D Mark II

ตัวกล้อง : Magnesium alloy พร้อมระบบ Seal กันฝุ่นและละอองน้ำ

Sensor : CMOS ขนาด 24x36 มม. ความละเอียด 21.1 ล้านพิกเซล

เม้าท์เลนส์ : EF ไม่รองรับเลนส์ EF-S ตัวคูณขนาดเลนส์ คือ 1

ระบบกำจัดฝุ่น : Self Clean Sensor unit ฟิลเตอร์ชุดหน้าสั่นด้วยความถี่สูง เมื่อเปิดและปิดกล้อง

Image Processor : DIGIC 4

A/D conversion : 14 Bit

ความละเอียดภาพ : ตั้งได้ 21 MP, 10.1 MP และ 5.2 MP ทั้งแบบ RAW และ JPEG หรือตั้ง RAW+JPEG

จุดโฟกัส : มีจุดโฟกัส 9 จุด และจุดช่วยโฟกัสอีก 6 จุดที่ไม่ได้แสดง สามารถเลือกจุดโฟกัสได้

ระบบโฟกัส : เลือกได้ One shot, AI Servo, AI Focus และ แบบ M ปรับตั้งเอง ไม่มีระบบแสงช่วยโฟกัส แต่ถ้าใช้ร่วมกับแฟลชภายนอกในตระกูล EX สามารถใช้ระบบแสงช่วยโฟกัสได้

ระบบวัดแสง : มี 4 ระบบ คือระบบ Evaluative 35 พื้นที่ ระบบวัดแสงแบบ Partial ระบบวัดแสงแบบ Spot 3.5% และระบบวัดแสงแบบ Counterweighted average พร้อมระบบชดเชยแสง +/- 2 EV

            ความไวแสง : ISO 10-6400, Auto 100-3200 ยกเว้น mode M และสามารถเร่งและลดได้ ISO 50 ISO 12800 และISO 25600 เมื่อตั้งใน Custom

            ความไวชัตเตอร์ : ชุดชัตเตอร์ทนการใช้งานได้ 150,000 ครั้ง มีความไวชัตเตอร์ตั้งแต่ 30-1/8000 วินาที สัมพันธ์แฟลชได้สูงที่ 1/200 วินาที พร้อมชัตเตอร์ B ที่สามารถปรับตั้งแยกได้ที่แหวนปรับตั้งระบบถ่ายภาพ

            White balance : ตั้งตามชนิดแสงได้ 7 แบบ พร้อมระบบปรับเพิ่มหรือลด ตั้งเป็นระบบอุณหภูมิสีแบบ Kelvin ได้ตั้งแต่ 2500-10000 องศาเคลวิน และแบบ Custom

            Picture Style : ระบบ Picture Style เพื่อปรับสีในการถ่ายภาพ ตั้งได้เป็นแบบ Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful, Monochrome และ User def ได้ 3 แบบ

            ช่องมองภาพ : แบบ Penta-prism กำลังขยาย 0.71 เท่า มองภาพได้ 98% สามารถถอดเลือกเปลี่ยน Focus Screen ที่มีให้เลือก 3 แบบ ปรับแก้สายตาได้ -3 ถึง +1 diopter

จอแสดงภาพ : LCD แบบ TFT ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 พิกเซล เคลือบพิเศษกันแสงสะท้อน

            ระบบ Live View : มีให้ใช้มองภาพที่ต้องการถ่ายผ่านจอ LCD พร้อมด้วยระบบโฟกัสอัตโนมัติให้เลือก 3 แบบคือ Live mode, Quick mode และ Face detection

            Movie Record : ระบบถ่ายภาพวิดีโอ ตั้งความละเอียดได้ 2 แบบคือ 1920x1080 แบบความละเอียดสูง (16/9) ถ่ายได้นาน 12 นาที และแบบ VGA 640x480 ถ่ายได้นาน 24 นาที เป็น Quick Time MOV format

            ระบบถ่ายภาพ : มีให้เลือกทั้งแบบ Auto, Creative Auto, Program, Tv, Av และ Manual และตั้ง Custom ได้ 3 แบบ สำหรับการใช้งาน

            ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง : ตั้งได้ทั้งแบบ Single และ Continuous ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 3.9 ภาพต่อวินาที และระบบประวิงเวลา ตั้งได้เป็น 2 หรือ 10 วินาที

            Custom Function : ตั้งได้ 25 รูปแบบ ปรับได้ 71 ชนิดใช้งาน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม เพื่อความสะดวกในการเลือกใช้

            Menu : รูปแบบปรับปรุงใหม่ หรูกว่าเก่า ใช้งานได้ง่ายกว่าเก่า มีภาษาให้เลือก 25 ภาษา และมีภาษาไทยให้เลือกใช้งาน

            สื่อบันทึกภาพ : CF card Type I/II (FAT32) รองรับ UDMA card และ ระบบ Copyright metatag

            Portrait Grip : เป็นอุปกรณ์เสริม WFT-E4 BG-E6 battery grip

            แหล่งพลังงาน : Li-Ion LP-E6 rechargeable 1800 mAh ถ่ายภาพได้ประมาณ 850 ภาพ สามารถแสดงสถานะของแบตเตอรี่ได้ที่กล้องบอกระดับของแบตเตอรี่เป็น % หรือระดับได้ 6 ระดับ

            ขนาด : 152 x 114 x 75 มม.

            น้ำหนัก : 810 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)

 

 

ทดลองใช้งาน

            สำหรับท่านที่เคยติดอกติดใจกับกล้อง Canon EOS 5D กันมาแล้วถ้าได้สัมผัสกับกล้องรุ่นนี้ก็กล่าวได้เลยว่าคุ้นมือง่ายด้วยขนาดและน้ำหนักก็คล้ายคลึงใกล้เคียงกันครับ จะมีแตกต่างกันไปบ้างก็เล็กน้อย

            สิ่งที่มีต่างไปจาก EOS 5D รุ่นก่อนหน้านี้ก็เริ่มมาที่ด้านหลังของกล้องกันเลย แน่นอนสิ่งแรกที่พบก็คือ จอ LCD ที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นความละเอียดสูงขึ้นมา แสดงภาพได้สมจริงดีกว่าเก่ามากโขเลย จอมองได้แทบทุกมุม การ Coated กันแสดงสะท้อนทำให้ดูสบายตาขึ้นอีกมากโขเช่นกัน

            ปุ่มปรับตั้งด้านซ้ายมือที่แต่เดิมมีเพียง 4 ปุ่ม ขยายเพิ่มเป็น 5 ปุ่ม โดยการย้ายเอาปุ่มลบภาพมาไว้ที่ด้านล่างสุดของแถว ปุ่ม JUMP เดิมยกเลิกไปเปลี่ยนเป็นปุ่มสำหรับการปรับตั้งระบบ Picture Style ที่ทำงานได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิมที่ต้องเข้าเมนู

            ปุ่มสำหรับการสั่งพิมพ์ภาพข้างช่องมองภาพด้านซ้ายมือทำหน้าที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าตั้งการใช้งานของระบบ Live View ไว้ก็เพียงกดปุ่มนี้ก็จะเข้าระบบ Live View ทันที และถ้าตั้งให้ถ่ายภาพ Movie ไว้ด้วย ก็เพียงกดปุ่ม SET กลางแหวนปรับตั้งด้านหลังกล้องก็จะทำการถ่ายภาพ Movie ได้ทันที และกด SET เมื่อต้องการหยุด ใช้งานได้ง่ายมาก แต่ในระบบถ่ายภาพแบบ Movie การปรับความชัดใช้การปรับโฟกัสด้วยมือครับ

            ที่ด้านขวามือของช่องมองภาพจะปรากฏรูเล็กๆ4 รูเป็นช่องสำหรับลำโพง และเช่นเดียวกัน ที่ด้านหน้าของกล้องเหนือปุ่มถอดเลนส์ ใต้เครื่องหมาย 5D จะมีช่องสำหรับไมโครโฟนบันทึกเสียง โดยมีเครื่องหมาย Mark II อยู่ที่ด้านล่างของกล้อง

            เมนูของกล้องได้รับการปรับใหม่ แยกเป็นกลุ่มง่ายต่อการปรับตั้งมากขึ้น แถมมีเมนูภาษาไทยให้เลือกใช้ได้อีกด้วย

            ช่องเชื่อมต่อสัญญาณภายนอก ปรับปรุงใหม่มีช่องเชื่อมต่อสัญญาณมากขึ้นเป็น 6 ช่องสัญญาณ สำหรับช่องเสียบสายซิงค์ ช่องสำหรับ Remote ช่องสำหรับไมโครโฟน ช่องสำหรับ AV out ช่อง USB และช่องสำหรับต่อกับทีวีแบบHDMI


 

 

 

ทดลองถ่ายภาพ

            ในการทดลองถ่ายภาพครั้งนี้ ผมขอเลือกการถ่ายภาพแบบทั่วๆ ไป เพราะถ้าปรับตั้งกันอย่างละเอียดแม่นยำทดสอบในสตูดิโอแล้วภาพที่ได้นั้น หนึ่งละผมเชื่อว่ากล้องระดับนี้ (รวมทั้งราคาระดับนี้ด้วย) ต้องได้ภาพที่น่าพอใจแน่ๆ แต่ถ้านำกล้องไปใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ ที่การปรับตั้งกล้องเป็นแบบอัตโนมัติผสมกับการใช้งานต่างๆ สถานะ ผมว่าน่าจะบอกสมรรถนะของกล้องรุ่นนี้ได้มากกว่า ดังนั้นการปรับตั้งกล้องเพื่อการถ่ายภาพคราวนี้ผมจึงขอเลือกการปรับตั้งกล้องส่วนหลักที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพรูปถ่ายและสีสัน 2 เรื่องหลักก็คือ หนึ่งตั้ง White balance เป็นแบบ Auto เพื่อดูความแม่นยำของการอ่านอุณหภูมิสีของแสง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ส่วนใหญ่เราใช้กันมาก อีกอย่างหนึ่งคือ การปรับตั้งถ่ายภาพที่ความไวแสงต่างๆ ถึงความไวแสงสูง เพื่อดูคุณภาพของภาพถ่ายและสัญญาณรบกวนที่มีในภาพ

            เมื่อตั้งสมมุติฐานของการใช้งานไว้ในรูปแบบนี้ ก็เริ่มออกถ่ายภาพกันละครับ จากการที่ได้ทดลองใช้งานกับกล้องรุ่นนี้ พบว่าการจับถือกล้องนั้นไม่ต้องห่วงถือได้กระชับมือ ปรับตั้งกล้องได้ง่าย เข้าเมนูก็เข้าใจได้ง่ายกว่า EOS 5D ที่ต้องไล่เมนูกันยาวเฟื้อย หน้าตาเมนูก็ดูสวยกว่าเก่า เมื่อลองถ่ายภาพโฟกัสภาพ การจับโฟกัสภาพรวดเร็วทันใจ การเลือกจุดโฟกัสทำได้ง่ายรวดเร็ว เมื่อถ่ายภาพแล้ว ลองเปิดภาพดูที่จะให้ความสว่างสดใสกว่าเก่ามาก ขยายภาพตรวจดูความคมชัดได้ดีกว่า EOS 5D มากเลย

 

คุณภาพของภาพถ่าย

            จากภาพถ่ายที่ถ่ายมาทั้งหมดนำมาพิจารณาและสรุปถึงการใช้งานกับกล้องรุ่นนี้พบว่า

            ระบบโฟกัสภาพทำงานได้รวดเร็วดีมาก มีความแม่นยำสูง แม้ในที่ที่มีแสงน้อย การโฟกัสภาพก็ยังทำงานได้เป็นอย่างดี

            จอแสดงภาพใหม่มีคุณภาพดีมาก ทั้งการใช้งานดูภาพ ขยายภาพ ให้ความแม่นยำในเรื่องสีภาพได้ดี แม้การทำงานที่ต้องการใช้งานระบบ Live View สามารถขยายดูส่วนที่ต้องการให้คมชัดได้ทันทีในขณะถ่ายภาพ

            จุดเด่นของกล้องรุ่นนี้คือความละเอียดที่ 21.1 ล้านพิกเซล ที่หลายคนอยากรู้ว่าที่ความละเอียดนี้มันเป็นอย่างไร จากการทดลองถ่ายภาพพบว่าความละเอียดของกล้องรุ่นนี้มีความน่าประทับใจมากที่สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้มากขึ้นตัวอย่างที่เห็นชัดในเรื่องนี้คือภาพถ่ายดวงจันทร์ ที่ถ่ายด้วยเลนส์ 24-105 มม. หลายท่านคงนึกออกนะครับว่าถ้าถ่ายดวงจันทร์ด้วยเลนส์ขนาดนี้ภาพดวงจันทร์ที่ได้ขนาดนั้นก็ในราวหัวเข็มหมุดเท่านั้น แต่เมื่อขยายภาพเป็น 100% พบว่า ภาพดวงจันทร์ยังมีรายละเอียดที่ดีอย่างน่าทึ่งทีเดียว

 

 

 

ในเรื่องสีสันของภาพนั้น พบว่าให้ภาพที่มีสีสันเป็นธรรมชาติ มีความสดใสของสีสูง ภาพที่ได้มีความคมชัดที่ดีในการใช้งาน ยิ่งถ้ามีการปรับตั้งสีด้วย Picture Style ด้วยแล้วจะยิ่งให้สีสันที่สดใสถูกใจได้ตามต้องการ

ระบบ Auto White balance ให้ความแม่นยำในการอ่านสีของแสงได้ดีมาก ให้ความถูกต้องของสีในภาพได้ดีแม้ในสภาพแสงต่างๆ กัน

            ที่น่าประทับใจสำหรับภาพที่พิจารณาก็คือ ภาพที่ถ่ายด้วยความไวแสงสูงๆ เมื่อต้องการถ่ายภาพในสภาพแสงจำกัดพบว่าภาพส่วนใหญ่นั้น มี Noise ที่ต่ำมากหรือค่อนข้างต่ำ การตั้งการถ่ายภาพด้วยการตั้ง ISO ให้สูงขึ้นนั้นพบว่า สัญญาณรบกวนหรือ Noise ต่ำมากกว่าที่คาดไว้มากเลยทีเดียว ที่ ISO 100-400 แทบไม่ปรากฏ Noise ในภาพ น่าประทับใจมาก ที่ ISO 800-1600 พบว่าภาพที่ได้ยังมีสีสันที่สดใส สัญญาณรบกวน (Noise) ก็ยังถือว่าต่ำมาก ใช้งานถ่ายภาพได้อย่างสบายใจเลยทีเดียว เมื่อลองถ่ายภาพที่ ISO 3200 จากภาพที่ได้พบว่ามี Noise ปรากฏบ้างในบริเวณมืด แต่พบน้อยมากในบริเวณที่มีความสว่างปกติ ภาพที่ได้ยังเนียนใช้งานได้ดีครับ สำหรับภาพถ่ายที่ ISO 6400 พบว่ามี Noise ปรากฏบ้าง แต่ถือได้ว่าไม่มาก สีสันยังคงความสดใสเหมือนปกติ

 

 

บทสรุป

            ถือได้ว่ากล้องรุ่นนี้เข้าสู่ตลาดพร้อมด้วยสมรรถนะที่เปลี่ยนไปโขเลย มีสิ่งใหม่ๆ ที่ดีขึ้นมาก ตั้งแต่ความละเอียดของภาพที่มีสูงมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้การเก็บรายละเอียดของภาพดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จอแสดงภาพที่ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น การถ่ายภาพที่ความไวแสงสูงให้คุณภาพรูปที่น่าใช้งานมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แถมระบบ Live View และระบบถ่ายภาพ Video ให้ใช้งานได้อีกด้วย สมกับการรอคอยมานานครับสำหรับคุณภาพของกล้องรุ่นนี้ ที่ให้คุณภาพแบบโปรจริงๆ

 

 

 

 

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน