Camerart Magazine

banner250x90

Canon EOS 50D

Canon EOS 50D ถือว่าเป็นกล้องที่ถูกแนะนำต่อมาจาก Canon EOS 40D ก็ว่าได้ ด้วยรูปร่าง ขนาด และน้ำหนักนั้นดูคล้ายกับ Canon 40D แต่ถ้ากล่าวถึงสมรรถนะต้องถือว่าเป็นการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีกมากทีเดียว

Sensor CMOS ใหม่ Canon EOS 50D ได้รับการติดตั้งเซ็นเซอร์ แบบ CMOS รุ่นใหม่ ขนาด APS-C ความละเอียดสูงถึง 15.1 ล้านพิกเซล ที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ Photodiodes และ Microlens ที่เพิ่มความสามารถในการรวมแสงให้ตกลงบนเซ็นเซอร์ได้ดีขึ้น พร้อมทั้งติดตั้ง Image Processor DIGIC 4 ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ที่สามารถประมวลผลได้เร็วและแม่นยำมากขึ้นพร้อมทั้งมีหน่วยความจำสำรองที่มากขึ้น

 

            ระบบการทำความสะอาดเซ็นเซอร์ ได้รับการพัฒนาในส่วนของ Anti-Static coating ด้วยการใช้เป็นแบบ Fluorine coating ที่สามารถลดการเกาะของฝุ่นได้มากขึ้น

            จอ LCD ใหม่ ความละเอียด 920,000 พิกเซล มีขนาด 3 นิ้วเท่าเดิม แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีความละเอียดสูง 920,000 พิกเซล และเพิ่มระบบ Fluorine coating ที่ลดการเกาะของฝุ่นและลดการสะท้อนแสงได้ดีขึ้นกว่าเก่า

            ระบบ Optimizer ช่วยในการถ่ายภาพที่มีระดับแสงที่แตกต่างกันได้ถึง 4 ระดับ

            เพิ่มระบบ S-RAW มีให้เลือกได้ อีก 2 ระดับ คือที่ S1 มีความละเอียด 7.1 ล้านพิกเซล และ S2 มีความละเอียด 3.8 ล้านพิกเซล

            ระบบ AF Adjustment สำหรับปรับตำแหน่งจุดโฟกัสของเลนส์ที่ใช้งาน

            ปรับปรุงระบบ Live View ที่สามารถเปลี่ยน Focus screen ได้ 3 แบบเพื่อให้ระบบ Manual Focus สามารถใช้งานได้แม่นจำมากขึ้น

 

 

 

 

ลักษณะเด่นของ Canon EOS 50D

            หลังจากที่ Canon ได้แนะนำกล้อง Canon EOS ตั้งแต่ 10D ถึง 40D เข้าสู่ตลาดติดต่อกันมารวม 4 รุ่น รุ่นที่ถือว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดนั้นก็คือ Canon EOS 10D ที่ปรากฏโฉมออกมาครั้งแรกซึ่งถือว่าเป็นกล้องในระดับกึ่งโปรที่มีสมรรถนะ และระดับราคาแม้ว่าในตอนที่ออกมาจะมีราคาสูงถึง 65,000 บาท แต่ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในตลาด จนนำหน้าเหนือคู่แข่งที่ยังตั้งตัวไม่ค่อยติดในเวลานั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปคู่แข่งสำคัญคือ Nikon เริ่มตั้งตัวติดแล้วเข้าร่วมวงไพบูลย์ในกลุ่มของกล้อง D-SLR ทำให้สัดส่วนการตลาดของกล้อง D-SLR เปลี่ยนไปทันที ซึ่งเพื่อไม่ให้น้อยหน้า Canon จึงได้ออกกล้องติดต่อกันมาแทบทุกปี ปีละรุ่น ตั้งแต่ Canon EOS 20D, 30D และ 40D ติดต่อกันมา

            แต่การออกกล้องอีก 3 รุ่นติดต่อกันมานั้น แม้จะได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ ของ Canon อย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงความพึงพอใจแล้วจะพบว่า ความพึงพอใจสำหรับผู้ใช้นั้นอยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น ความพึงพอใจสูงสุดสำหรับกล้องในรุ่นตั้งแต่ 20D, 30D, 40D นั้นเมื่อเทียบกับเมื่อครั้งที่ EOS 10D เข้าสู่ตลาดนั้น Canon EOS 10D ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นมากกว่า สาเหตุใหญ่ก็คือ การพัฒนาของกล้องในรหัสเลข 2 ตัว ทั้ง 20D, 30D และ 40D นั้นเป็นเสมือน Minor change ของกล้อง EOS 10D มีการเปลี่ยนแปลงมาครั้งละไม่มากมายอย่างที่แฟนๆ Canon คาดหวังกัน

            แต่ Canon EOS 50D ที่เพิ่งปรากฏโฉมเข้าสู่ตลาดในเวลานี้ผมอยากจะกล่าวว่าเป็นก้าวกระโดดสำคัญที่แตกต่างไปจากกล้อง Canon EOS 40D รุ่นหลังสุดไปหลากหลายประการทีเดียวและทำให้กล้องรุ่นนี้เป็นกล้องที่น่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก แฟนๆ ของ Canon มากยิ่งขึ้น

 

 

อะไรคือจุดเด่นของกล้องรุ่นนี้ที่ต่างไปจากกล้อง Canon EOS 40D ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งที่รูปร่างหน้าตานั้นก็คล้ายคลึงกัน ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกันนั้นผมอยากจะกล่าวว่าเป็นการลงตัวในเรื่องของดีไซน์ การออกแบบทั้งขนาด รูปร่าง น้ำหนักและการวางตำแหน่งของปุ่มปรับตั้งการใช้งาน สิ่งที่เหลือก็คือสมรรถนะที่มีมากขึ้น ดีขึ้น

 

            จุดเด่นของกล้องรุ่นนี้ที่ถือว่าเป็นการก้าวกระโดดจากคู่แข่งที่น่าจะถูกอกถูกใจแฟนๆ Canon ซึ่งเป็นเรื่องที่กล่าวกันมานานแล้วนั่นคือ การติดตั้งเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ที่มีความละเอียดสูงถึง 15.1 ล้านพิกเซล ซึ่งคนใช้กล้อง D-SLR อยากได้ ซึ่งเมื่อเคียงกับคู่แข่งรายสำคัญเวลานี้จะใช้เซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดอยู่ที่ 12.3 ล้านพิกเซล จึงเป็นการก้าวที่นำหน้าขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

 

 

ลองใช้งานกับ Canon EOS 50D

            เมื่อเริ่มต้นลองใช้งานกับกล้องรุ่นนี้ ผมขอผ่านเรื่องการจับถือ ความคุ้นเคยกับการที่เคยใช้กล้องรุ่นก่อนหน้านี้มาก่อน การจับถือจึงมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว สิ่งที่ดูดีเริ่มต้นนั่นคือ จอภาพ LCD ขนาด 3 นิ้วที่ได้รับการปรับปรุงมาใหม่ดูสบายตาขึ้น ทั้งความสดใส เมื่อลองถ่ายภาพดูขยายภาพดูความคมชัดภาพได้ดีขึ้นมากกว่าเก่าเยอะเลย 

            เมื่อลองปรับตั้งเมนู ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงหน้าตาใหม่นิดหน่อย ก็ดูดีขึ้นเยอะ แถมกล้องรุ่นนี้มีเมนูภาษาไทย สำหรับเราที่ชาตินิยมสามารถเลือกใช้งานอีกด้วย

            ปัญหาหนึ่งสำหรับนักถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงในเรื่องจุดโฟกัสภาพที่ Shift ไปหน้าหลังที่กังวลกันนักหนาในเรื่อง Back focus หรือ Front focus สำหรับกล้องรุ่นนี้มีมาให้ปรับเลือกได้เลยด้วยตัวเองไม่ต้องวิ่งไปเข้าศูนย์อีกแล้วโดยเข้าไปปรับตั้งได้ที่ Custom Function ที่ C. Fn III แล้วเลือกจะเลือกใช้กับเลนส์ทุกตัวก็ได้หรือจะเลือกเฉพาะเลนส์ที่ใช้งานก็ได้ 

            และสำหรับท่านที่ถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างมากๆ แล้วเกิดอาการขอบภาพมืด กล้อง EOS 50D ก็มีเมนูให้เลือกขอบภาพมืดได้ด้วยการเข้าไปที่เมนูปรับตั้ง เลือกที่ Peripheral illumine. ซึ่งถ้าใช้กับเลนส์ของ Canon แล้วเลือกให้ระบบนี้ทำงาน กล้องก็จะแก้อาการขอบภาพมืดให้โดยอัตโนมัติ ง่ายและสะดวกกว่าการไปปรับทีหลังเยอะเลย 

            ในระบบ Live View ใช้งานได้ง่ายและสะดวกด้วยการกดปุ่ม ที่เป็นรูปกล้องข้างๆ ปุ่ม MENU ด้านหลังกล้องก็จะเข้าระบบ Live View ทันที ระบบโฟกัสภาพมีให้เลือกเป็น 3 แบบด้วยกันคือ แบบ Quick mode เวลาใช้งานก็เพียงกดปุ่ม AF-ON กระจกรับภาพจะกระดกแล้วกล้องโฟกัสภาพทันที สำหรับระบบโฟกัสภาพแบบ Live mode กล้องจะทำการโฟกัสภาพแบบอ่านความเปรียบต่าง ซึ่งจะโฟกัสภาพได้ช้ากว่า ระบบโฟกัสภาพของ Live View มีเพิ่มให้ใช้งานแบบการจับโฟกัสภาพที่ใบหน้าคนเพิ่มจากเดิมอีกหนึ่งระบบ

            อีกระบบหนึ่งที่น่าใช้งานสำหรับกล้องรุ่นนี้ก็คือ ระบบ Auto Optimizer ที่ช่วยให้การถ่ายภาพที่มีความต่างของแสงมากกว่าปกติเพื่อช่วยรักษารายละเอียดของภาพไว้ได้ การปรับตั้งระบบนี้อยู่ในกลุ่มของ Custom Function [C. FnII : Image] ที่ Fn.2 และ 4

            การลองถ่ายภาพด้วยกล้องรุ่นนี้ ได้ลองการถ่ายภาพที่ความไวแสงต่างๆ ตั้งแต่ ISO 100 ถึง ISO 3200 ตั้ง White balance ทั้งแบบ Auto และแบบอุณหภูมิสี ในการถ่ายภาพ

ผลของการใช้งาน

            การตอบสนองการทำงานของกล้องทั้งการเปิดปิดกล้อง ระบบโฟกัสภาพ การตอบสนองการกดชัตเตอร์ กล้องรุ่นนี้ให้การตอบสนองที่รวดเร็วดีมาก การโฟกัสภาพทำได้แม่นยำและรวดเร็วดีมากเช่นกัน

            ในการถ่ายภาพด้วยการตั้งระบบ White balance แบบ Auto ก็ให้การตอบสนองที่รวดเร็วให้สีภาพที่เป็นธรรมชาติ แม้ภายใต้สภาพแสงที่แตกต่างกันหลายชนิด ใช้งานได้อย่างสบายใจได้เลย

            ในด้านคุณภาพของภาพถ่ายที่ ISO ต่างๆ นั้น พบว่ากล้องรุ่นนี้ตอบสนองการใช้งานถ่ายภาพได้ที่ ISO 100-1600 ได้อย่างสบายใจในเรื่อง Noise ที่ต่ำมาก พบว่าที่ ISO 100-800 ใช้งานได้ดี สัญญาณรบกวนปรากฏมีพบบ้างเล็กน้อยที่ ISO 800 ถ้าถ่ายภาพติดอันเดอร์ และพบในบริเวณส่วนมืดบ้างเล็กน้อย แต่ที่ ISO 1600 พบว่ามี Noise ปรากฏบ้างแต่ก็ต้องถือว่าน้อยมาก  สำหรับที่ ISO 3200 พบว่ามี Noise ปรากฏเพิ่มขึ้นแต่ก็อยู่ในระดับที่ใช้งานได้ดี แต่ถ้าถ่ายภาพที่ ISO 3200 แล้วปรับภาพเป็นขาวดำ แทบดูไม่ออกในเรื่องสัญญาณรบกวนเลย

            ในเรื่องของคุณภาพสีสันของภาพถ่าย สำหรับกล้องรุ่นนี้แล้ว การไล่โทนและเก็บรายละเอียดต่างๆ ดีมากด้วยเซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดสูงถึง 15.1 ล้านพิกเซล สีสันสดใส แต่ถ้ามีความเปรียบต่างของแสงสูง พบว่าการเก็บรายละเอียดในส่วนสว่างของภาพยังคล้ายกับภาพของ EOS 40 คือมักจะสูญเสียรายละเอียดในส่วนสว่างของภาพ แต่ถ้าปรับตั้งระบบ Auto Optimizer ช่วยลดอาการดังกล่าวดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีความเปรียบต่างของแสงสูง ผมอยากขอแนะนำให้ถ่ายภาพที่ติด under ไว้หน่อยตั้งแต่ 1/3 ถึง 1 สต็อป แล้วมาปรับเรื่องความสว่างภายหลังพบว่าคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ดูดีกว่าครับ

            สิ่งหนึ่งที่พบจากการใช้งานซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับกล้องคู่แข่งสำคัญในตลาดก็คือ เรื่องของช่องมองภาพ เนื่องจากเซ็นเซอร์เป็นขนาด APS-C ทำให้ภาพที่เห็นในช่องมองภาพจะดูมีขนาดเล็กลงตามสัดส่วน ซึ่งปรากฏการณ์นี้เป็นมาตลอดตั้งแต่มีการใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C แต่เวลานี้ในกล้องคู่แข่งได้พัฒนาช่องมองภาพให้ดูภาพมีขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งจะทำให้การมองถ่ายภาพดูได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

 

 

บทสรุป

            สำหรับกล้องรุ่นนี้เมื่อเทียบกับกล้องในระดับเดียวกันที่ออกมาก่อนหน้านี้ ผมถือว่าเป็นนวัตกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น  และตอบโจทย์ที่เป็นเรื่องวิจารณ์กันมานานว่ามีการเปลี่ยนแปลงในรุ่นน้อย แต่รุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ตั้งแต่สมรรถนะที่เพิ่มให้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ยินใน Net. ว่าดูไปแล้วคล้ายของเก่า แต่ความจริงแล้วต่างจากเก่ามากทีเดียว แต่การที่จะเห็นสมรรถนะของภาพได้จริงก็คือการขยายภาพใหญ่ก็จะพบว่าการไล่โทนสีและรายละเอียดในภาพดีกว่าเก่ามาก อีกทั้งจอ LCD ที่ปรับปรุงใหม่ก็ใช้ขยายภาพตรวจดูความคมชัดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น สำหรับจอ LCD รุ่นนี้ถือว่าดีจริงๆ ครับ ภาพใสสว่างดูรายละเอียดได้มากกว่าเก่าเยอะเลย ราคาเปิดตัววันนี้ เฉพาะตัวกล้องอยู่ที่ 45,900 บาทเท่านั้นสมราคาสำหรับกล้องกึ่งโปรที่มีตัวกล้องทำด้วย Magnesium alloy ที่มีความแข็งแรงทนทานอย่างกล้องโปรครับ

 

 

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน