Camerart Magazine

banner250x90

Ricoh GXR

กล้องในตระกูล G ของ Ricoh นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นกล้องในระดับพรีเมี่ยม คุณภาพสูง มาตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์ม จากสายพันธ์ของกล้องคอมแพคฟิล์มระดับไฮเกรด ที่สืบทอดจนเข้าสู่ยุคกล้องดิจิตอลมาจนถึงรุ่น GR ในที่สุด Ricoh ได้นำเสนอกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ฉีกแนวออกไป

 

 

นอกจากจะเป็นกล้องคอมแพคที่เปลี่ยนเลนส์ได้แล้ว ยังเป็นเลนส์ที่มีเซ็นเซอร์รับภาพในตัวอีกด้วย ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ที่เหมาะสมกับเลนส์ แต่ละตัวจึงได้คุณภาพสูงสุด ทั้งความคมชัด และสีสันยอดเยี่ยม GXR คือตำนานใหม่ของกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้พร้อมๆ กับการเปลี่ยนเซ็นเซอร์ได้ด้วยในคราวเดียวกันวัสดุที่ใช้ทำตัวกล้อง และชุดเลนส์ที่ใช้นั้นล้วนมีคุณภาพสูง ประกอบอย่างประณีตมาก

 

คุณสมบัติหลักของกล้อง

*เป็นกล้องคอมแพคเปลี่ยนเลนส์ได้ระดับ 12 ล้านพิกเซล โดยตัวเซ็นเซอร์รับภาพอยู่ในเลนส์แต่ละตัว

*ใช้เซ็นเซอร์แบบ CCD ในเลนส์ 24-70 F 2.5-4.4 VC ให้ภาพระดับ 10.4 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์แบบ CMOS ในชุดเลนส์ Macro 33/2.8 ให้ภาพระดับ 12 ล้านพิกเซล

*สามารถติดตั้งช่องมองภาพแบบอิเลคโทรนิค รุ่น VF-2 ติดตั้งบนฐานแฟลช

*มีระบบป้องกันการสั่นไหวที่ชุดเลนส์ 24-70 F 2.5-4.4 VC

*สามารถป้องกันฝุ่นได้เพราะชุดเซ็นเซอร์ และเลนส์ปิดผนึกในชุด

*สามารถเลือกอัตราส่วนภาพได้ 4 แบบ 16:9 4:3 3:2 และ 1:1

*SCENE Mode 7 แบบ Movie, Portrait, Sports, Landscape, Nightscape, Skew correction, Zoom macro

*ใช้การ์ดบันทึกภาพแบบ SDHC และ SD

*แบตเตอรี่แบบ Lithium Ion battery ขนาด 3.6v 1700mAh

*ถ่ายวีดิโอได้ โดยให้คุณภาพระดับ HD พร้อมช่องต่อแบบ HDMI

ขนาดและรูปร่าง

Richoh GXR นั้นเมื่อเทียบกับกล้องในตระกูล G ของ RICOH เช่น รุ่น GR จะมีความกว้างใกล้เคียงกัน แต่มีความสูงมากกว่า เฉพาะตัวกล้องเปล่าๆ นั้นมีความหนาพอๆ กัน แต่เมื่อติดตั้งชุดเลนส์เข้าไป GXR จะมีความหนาขึ้นกว่ามาก ถ้าจะเทียบแล้วก็มีขนาดใกล้เคียงกับกล้องในระบบ Micro Four Third ตัวกล้องนั้นมีสีดำด้าน มีกริปด้านข้างเป็นลายหนังสีดำ การผลิตมีความประณีต แข็งแรงแน่นหนา โครงสร้างทำจากแมกนีเซียมอัลลอย ซึ่งมีความทนทานแข็งแกร่ง รอบๆ ตัวกล้องจะหุ้มยางลายหนังที่ช่วยป้องกันไม่ให้ลื่น ทั้งตัวกล้อง และชุดเลนส์ผลิตได้เนี๊ยบมากๆ ทำให้น่าจับถือ

ระบบล๊อกชุดเลนส์มั่นคงแข็งแรงดีมาก เมื่อติดชุดเลนส์เข้าไปแล้วไม่มีอาการขยับ หรือ คลอนเลย

การมองภาพสามารถมองที่จอ LCD ขนาด 3 นิ้วมีความละเอียดถึง 920,000 พิกเซล ให้ความคมชัด สีสันอิ่มตัวสดใส หรือสามารถเลือกใช้ช่องมองภาพแบบอีเลคทรอนิค (Electronic View Finer) มาต่อเพิ่ม โดยติดตั้งบนฐานแฟลช ซึ่งจะเห็นข้อมูลครบถ้วนเหมือนบนจอ LCD

 

การทดสอบใช้งาน

การจับถือ แม้ว่าตัวกล้องจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่จะค่อนข้างแบน ส่วนที่หนาจริงๆ จะเป็นส่วนของชุดเลนส์ที่มีเซ็นเซอร์รับภาพอยู่ภายใน ที่ด้านหน้ามีส่วนที่เป็นกริปซึ่งด้านในเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ และการ์ดบันทึกภาพนูนขึ้นมา ช่วยให้ยึดจับกล้องได้ดีขึ้น แต่สำหรับคนมือใหญ่ การจับถืออาจจะไม่ค่อยกระชับมือสักเท่าไหร่ การถ่ายภาพโดยอาศัยจอLCD ด้านหลังกล้องนั้นทำให้ต้องยื่นกล้องออกไปเพื่อมองภาพอาจทำให้กล้องอาจสั่นไหวได้ แต่ในชุดเลนส์รหัส S10 24-70 F2.5-4.4 VC จะมีระบบป้องกันการสั่นไหวแบบขยับ CCD ชดเชยการสั่น ทำให้แก้ปัญหาการสั่นไหวได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากใช้ชุดเลนส์ S12 33/2.8 Macro ต้องระวังสักหน่อยเพราะไม่มีระบบชดเชยการสั่นไหว แต่ถ้าติดช่องมองภาพอีเลคทรอนิค EVF เพื่อใช้มองภาพ แทนจอด้านหลัง จะทำให้สมดุลในการจับถือนั้นดีขึ้นมาก นอกจากนี้ EVF รุ่น VF-2 ยังสามารถปรับแก้สายตาสำหรับคนสายตาสั้นหรือยาวได้อีกด้วย

คุณภาพไฟล์ภาพ แม้ว่าจะเป็นกล้องคอมแพค แต่ด้วยขนาดเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ถึงขนาด APS-C นั้น จึงให้ภาพที่เหนือกว่าคอมแพคธรรมดาๆ ขนาดไฟล์ภาพไม่ว่าจะเป็น 10.4 ล้านพิกเซล จากเลนส์ ซูม 24-70 มม. หรือ 12.3 ล้านพิกเซลจากเลนส์ 33 มม. มาโครนั้น สามารถนำไปพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ๆ ได้เนียน และสีสันอิ่มตัวกว่าคอมแพคธรรมดา ในระดับ ISO ที่ไม่สูงเกินไปนั้นคุณภาพไฟล์พอสู้กับกล้อง DSLR ได้เลยทีเดียว และแม้ว่ากล้องจะสามารถใช้ ISO ได้ถึง 3200 แต่การทดสอบพบว่าที่ ISO 100-400 นั้นให้คุณภาพที่ดี ที่ ISO ระดับ 800 มีนอยส์ให้เห็นแต่ก็พอยอมรับได้ แต่ที่ ISO 1000 ขึ้นไปนั้นจะเห็นชัดเจนไปสักหน่อย ถึงกระนั้นมันก็ดีเกินความคาดหมายไปเยอะ สามารถใช้ได้แบบหวังผล

ระบบการทำงาน กล้องรุ่นนี้จัดอยู่ในกลุ่มไฮเกรด ระดับพรีเมี่ยม นอกเหนือจากวัสดุที่ใช้ทำกล้อง และการประกอบจะประณีต สวยงามมากแล้ว ระบบการทำงานต่างๆ ยังเป็นแบบคอมแพคระดับโปร มีโหมดและฟังก์ชั่นให้เลือกใช้ได้ค่อนข้างจะครบถ้วน สามารถเลือกระบบวัดแสงแบบเฉพาะจุด เฉลี่ยหนักกลาง หรือ แพทเทิร์นได้ รวมทั้งสามารถย้ายจุดโฟกัสไปตำแหน่งที่ต้องการได้ ทำให้รู้สึกถูกใจและสะดวกเหมือนการใช้ DSLR ทีเดียว การเลือกโหมดการทำงานหลักของกล้องนั้นจะเป็นแบบหมุนวงแหวนเหมือนกับกล้อง DSLR ทำให้ในการเลือกใช้ระบบสะดวกมาก ไม่ต้องไปเข้าเมนูให้เสียเวลา แต่ถ้าต้องการปรับใช้ฟังก์ชั่นที่มีอยู่หลากหลาย ก็ต้องเข้าไปตั้งค่าในเมนูที่ค่อนข้างซับซ้อน ยิ่งกว่านั้นกล้องตัวนี้ยังมีปุ่มฟังก์ชั่นพิเศษ (Fn) ให้เลือกตั้งค่าที่ต้องการใช้บ่อยๆ หรือ แบบด่วนๆ ได้ถึงสองปุ่ม สามารถกำหนดค่าให้สองปุ่มนี้ได้ตามต้องการ เช่น อาจกำหนดให้ปุ่ม Fn1 เป็นการเลือกตั้งขนาดความละเอียดของไฟล์ภาพ และกำหนดให้ปุ่ม  Fn2 เป็นการเลือกตั้งไวท์บาลานซ์

GXR ได้ก้าวหน้าข้ามกล้องคอมแพคธรรมดาๆ ไปเปรียบเทียบกับกล้องในระบบ Micro Four Third ที่มีเซ็นเซอร์ที่ขนาดใหญ่ และสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ที่มีเซ็นเซอร์รับภาพในตัวได้ และสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ครบถ้วน GXR มีเซ็นเซอร์รับภาพขนาด APS-C ซึ่งใหญ่พอๆ กับ DSLR บางรุ่น ซึ่งแน่นอนว่าให้คุณภาพที่ดีมาก และยังสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า GXR นั้นมาแปลกและแหวกแนวกว่า โดยที่ชุดเซ็นเซอร์นั้นจะอยู่ติดกับเลนส์แต่ละตัวเลย ซึ่งระบบการนนำเซ็นเซอร์ติดตั้งไว้กับเลนส์แต่ละตัวนั้น เป็นหัวใจหลักของกล้องในตระกูล GXR โดยมีแนวคิดว่า เซ็นเซอร์นั้นได้ถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้เหมาะสม กับเลนส์แต่ละขนาด ทำให้จุดรวมแสงและสีตกในตำแหน่งที่ดีที่สุด ทำให้แก้ปัญหาเรื่องความคลาดสี และความยาวคลื่นแสงของเลนส์แต่ละตัว ที่จะตกลงบนเซ็นเซอร์ได้อย่างเหมาะสม ทำให้ได้ภาพที่คมชัดและสีสันสวยสด และนอกจากนี้ ยังตัดปัญหาในเรื่องฝุ่นละอองที่จะเข้าไปติดบนเซ็นเซอร์ได้ เพราะปัญหาของกล้องดิจิตอลที่ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้นั้นคือฝุ่นละอองสามารถเข้าไปติดบนเซ็นเซอร์ ขณะถอดเปลี่ยนเลนส์ ทุกค่ายกล้องพยายามค้นคิดระบบกำจัดฝุ่นที่ดีที่สุดแต่กระนั้นก็ยังไม่สามารถป้องกันฝุ่นได้ 100% แต่ในระบบของ Ricoh GXR นั้นกล่าวได้ว่าได้ทำให้ปัญหาตรงนี้หมดไป เพราะเป็นระบบปิดฝุ่นไม่อาจเข้ามาแทรกที่หน้าเซ็นเซอร์ได้โดยง่าย แต่ก็ทำให้เลนส์แต่ละตัวจะมีราคาที่แพงอยู่สักหน่อยเพราะต้องพ่วงเอาเซ็นเซอร์ไปด้วยทุกตัว

การทำงานของกล้อง จากการทดสอบการใช้งานทำให้รู้สึกว่า Ricoh GXR ให้ความสะดวกสบาย และมีความสนุกกับการถ่ายภาพ เพราะเพียงพกพากล้องคอมแพคที่ขนาดเล็ก และเบา แต่มีความสามารถ และให้ไฟล์ภาพคุณภาพที่ดีแบบกล้อง DSLR สามารถเดินถ่ายเล่นบนท้องถนนทั่วไป หรือแม้แต่ในห้องประชุม หรือสถานที่ที่ต้องการความเงียบ กล้องสามารถทำงานได้เงียบกริบ ไม่ไปรบกวนใคร กล้องมีระบบถ่ายภาพแบบมาโครทำให้ถ่ายภาพแมลง ดอกไม้ หรือสิ่งของเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี การทำงานในสถานการณ์ทั่วๆ ไป รวดเร็วดี เพียงแต่ถ้าวัตถุที่ต้องการถ่ายเป็นสีเรียบๆ หรือคอนทราสท์น้อยๆ หรือ ลวดลายรกๆ มันจะจับโฟกัสยากสักหน่อย

เลนส์ซูม S10 24-70 F2.5-4.4 VC เลนส์ซูมที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ CCD ขนาด 1/1.7 นิ้ว ให้ภาพขนาด 10.4 ล้านพิกเซล มีชิ้นเลนส์ 11 ชิ้นจัดเป็น 7 กลุ่ม ใช้ชิ้นเลนส์พิเศษแบบ Asprherical ถึง 4 ชิ้น ให้ภาพ ที่มีสีสัน และความคมชัดจากกลางภาพไปจนถึงขอบภาพ ควบคุมความคลาดสี และความบิดเบือนได้เป็นอย่างดี มุมภาพที่กว้างถึง 24 มม. ทำให้ใช้งานได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทิวทัศน์ หรือสถาปัตยกรรม แก้ความคลาดได้ เมื่อใช้ร่วมกับฟังก์ชั่นมาโครจะสามารถถ่ายภาพได้ใกล้ถึง 1 เซ็นติเมตร

เลนส์มาโคร A12 GR 33 F2.8 เลนส์มาโครคุณภาพสูงในตระกูล GR ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS ขนาด 23.6 x 15.71 มม. ให้ภาพขนาด 12.3 ล้านพิกเซล มีชิ้นเลนส์ 9 ชิ้นจัดเป็น 8 กลุ่ม ใช้ชิ้นเลนส์พิเศษแบบ Asprherical ขนาดใหญ่ และโครงสร้างแบบลอยตัว จึงให้ภาพที่คมชัด แก้ความคลาดของภาพและสีได้ดีเยี่ยม ด้วยอัตราขยายมากถึง 1:2 จึงสามารถถ่ายภาพได้ใกล้มาก มีวงแหวนปรับโฟกัสด้วยมือที่กระบอกทำให้สะดวกในสถานการณ์ที่การปรับโฟกัสแบบอัตโนมัติทำได้ยาก ให้มุมภาพเทียบเท่ากับเสนส์ 50 มม. นอกเหนือจากจากถ่ายภาพมาโครที่ยอดเยี่ยมแล้ว จึงสามารถทำไปใช้ถ่ายภาพ Portrait ที่ให้ฉากหลังละลายได้แบบเดียวกับกล้อง DSLR

Ricoh GXR นับเป็นทางเลือกสำหรับนักถ่ายภาพที่พิถีพิถัน ต้องการคุณภาพสูง แต่ออกแนวแบบสบายๆ ไม่ต้องการพกพากล้องที่ใหญ่โต และเป็นภาระสำหรับตัวเองมากมาย มีกล้องคู่ใจที่สามารถพกพาไปด้วยทุกที่ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่ว่าการเลือกเลนส์แต่ละตัวนั้นอาจจะมีราคาค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อยเพราะมีเซ็นเซอร์ในตัว แต่ก็ได้คุณภาพที่ดีเหนือกว่าคอมแพคธรรมดา และในปัจจุบันมีให้เลือกใช้ได้แค่สองตัว ยังไม่มีที่เป็นเทเลยาวๆ ออกมาให้ใช้ คงต้องรอดูอนาคตของกล้องตระกูลนี้ว่าจะออกอุปกรณ์มารองรับเพื่อให้การถ่ายภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน