Camerart Magazine

banner250x90

Panasonic GF1


พานาโซนิค มีกล้องในระบบ Micro Four Third ทั้งหมด 3 รุ่น G1 และ GH1 เป็นกล้องที่มีช่องมองภาพแบบ Electronic View Finder หรือ EVF ทำให้ตัวกล้อง แลดูคล้ายกล้อง DSLR

เรื่องและภาพ : วิศรุต เพ็ชรทองคำ

และแม้ว่ามันจะช่วยให้การมองภาพ และการจับถือกล้องเวลาถ่ายภาพ มีความสะดวก และมั่นคง แต่ก็ทำให้ตัวกล้องยังมีขนาดที่ค่อนข้างหนา พกพาลำบาก ในเวลาต่อมาพานาโซนิค จึงได้แนะนำกล้องตัวใหม่สู่ตลาดถ่ายภาพในรุ่น DMC-GF1 ซึ่งได้ตัดช่องมองภาพแบบ EVF ในตัวออกไป ทำให้ตัวกล้องแบน และเล็กกะทัดรัดคล้ายกล้องคอมแพค แต่ก็ยังสามารถต่อใช้ช่องมองภาพ EVF แบบติดตั้งเพิ่มเติมบนฐานแฟลชได้ GF1 ได้ออกมาในเวลาใกล้เคียงกันกับการปรากฏตัวของกล้องสไตล์เดียวกัน คือ Olympus รุ่น EP1 และต่อมาได้พัฒนาออกมาอีกในรุ่น EP2 กล้องทั้งสามรุ่นนี้เป็นกล้องในระบบ Micro Four Third แบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งทำให้กล้องสามรุ่นนี้เป็นที่สนใจของนักถ่ายภาพที่ต้องการกล้องที่ให้คุณภาพสูง ในขณะที่พกพาง่าย       

 

คุณสมบัติหลักของกล้อง

* เป็นกล้องในระบบ Micro Four Third 

* ใช้เซ็นเซอร์ Live MOS ความเร็วสูง ให้ภาพขนาด 12.1 เมกกะพิกเซลล์

* สามารถเชื่อมต่อช่องมองภาพแบบอีเลคโทรนิคส์ (Electronic View Finer) ติดตั้งบนฐานแฟลช

* มีระบบกำจัดฝุ่นด้วยคลื่นความถี่สูงแบบ Supersonic Wave Filter (SSWF) 

* สามารถเลือกตั้งค่าสีแบบโหมดฟิล์มได้หลายแบบ Standard, Nature, Smooth,  Nostalgic, Vibrant, Standard B&W, Dynamic B&W, Smooth B&W, My Film 1, My Film 2, Multi Film

* เลือกอัตราส่วนภาพได้ 4 แบบ 4:3 3:2  16:9 และ 1:1

* สามารถตั้งขนาด และคุณภาพไฟล์ได้หลายขนาด และ Raw File ได้ 

* มีระบบถ่ายภาพแบบดิจิตอลซูมขนาด 2 และ 4 เท่า ทั้งภาพนิ่ง และวิดิโอ

* โหมดสำหรับถ่ายภาพในแนวสร้างสรรค์ 17 โหมด

* ใช้การ์ดบันทึกภาพแบบ SDHC และ SD

* ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธี่ยมไอออน ขนาด 7.2 โวลท์ ความจุ 1,250 มิลลิแอมป์ ถ่ายได้ประมาณ 380 ภาพ

* จุดโฟกัสมากถึง 23 จุด สามารถย้ายจุดโฟกัสไปมาในตำแหน่งที่ต้องการได้

* ถ่ายวิดิโอคุณภาพระดับ HD AVCHD 1080i Mpeg 720p และ 576p คุณภาพเสียงแบบ Mono

 



ขนาดและรูปร่าง

          Panasonic GF1 มีขนาดเล็กกะทัดรัด ใกล้เคียงกับ Olympus EP1 และ 2 น้ำหนักกล้องเปล่าเพียง 285 กรัม การออกแบบกล้องนั้นมีความเรียบ และค่อนข้างไปทางเป็นกล่องสีเหลี่ยม ออกแนวกล้องเยอรมัน ซึ่งก็ดูหนักแน่นดี ตัวกล้อง แปลนเมาท์เลนส์ และฐานกล้องนั้นเป็นโลหะ ตัวกล้องเมื่อจับถือรู้สึกถึงความแข็งแรง การผลิตมีความประณีต กล้องรุ่นนี้ทำออกมาในสีต่างๆ ให้เลือกใช้ตามารถนิยม เช่น สีดำ สีแดง ลีขาว ด้านบนเป็นสีดำ และที่กริปด้านข้างจะมีเส้นสเตนเลสขัดมันคาดไว้ให้ดูหรูขึ้น การจับถือกล้องนั้นตัวกล้องแม้มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ตัวกล้องเป็นโลหะทำสีแบบด้านทำให้ไม่ลื่น และมีสันนูนเป็น

กริปด้านข้างช่วยให้จับถือได้ถนัดพอควร นอกจากนี้ที่ด้านหลังติดกับวงล้อเฟืองหมุนเลือกระบบ ยังทำให้สันนูนรับกับหัวแม่โป้งยิ่งทำให้ การจับถือกล้องมีความมั่นใจยิ่งขึ้น การมองภาพสามารถใช้จอ LCD ด้านหลังหรือ จะต่อใช้ช่องมองภาพแบบ EVF ติดตั้งบนฐานแฟลช เพื่อใช้มองภาพแทนได้ ซึ่งจะเห็นข้อมูลเช่นกันกับที่เห็นบนจอ LCD จอ LCD ด้านหลังกล้องนั้นมีขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดถึง 460,000 Pixels ให้ภาพที่คมชัดมาก แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้รับการเคลือบแบบ Hyper Crystal ของโอลิมปัส ทำให้การใช้งานในที่กลางแจ้งที่แสง แดดแรงๆ นั้นมองลำบากมากทีเดียว ตรงนี้เองหากใช้ช่องมองภาพแบบ EVF จะช่วยได้มากทีเดียว และจะทำให้เมื่อใช้กับเลนส์ใหญ่ๆ จับถือได้มั่นคงยิ่งขึ้น      

 

การทดสอบใช้งาน

          ในการเปิดใช้งานนานๆ ตัวกล้องจะมีความร้อนพอควร เพราะตัวเซ็นเซอร์รับภาพแบบไลฟ์มอส ที่ทำงานตลอดเวลาที่เปิดใช้กล้อง แต่บอดี้ที่เป็นโลหะนั้นช่วยระบายความร้อนจากภายในได้ดี พบว่าหลังปิดใช้งานไม่นานกล้องก็กลับมีอุณหภูมิปกติได้ แม้ว่าตัวกล้องใช้จอ LCD ใหญ่ขนาด 3 นิ้ว และเซ็นเซอร์ที่ทำงานตลอดเวลาที่เปิดกล้อง กล้องยังสามารถถ่ายภาพได้เกิน 400 ภาพในสภาวะอากาศปกติ (ในสเปคระบุว่า 380 ภาพ) แต่ในที่เย็นจัดๆ และมีความชื้นสูงจะลดเหลือประมาณสามร้อยกว่าภาพ นับว่าสูสีกันกับกล้องโอลิปัส รุ่น EP2 Panasonic GF1 มีแฟลชขนาดจิ๋วๆ ไกด์นัมเบอร์ 6 แบบพับเก็บด้านบน ติดตั้งมาในตัว พอแก้ขัดได้ในบางสถานการณ์ ในขณะที่ของOlympus ไม่มีแฟลชในตัว ต้องซื้อแฟลชติดตั้งแยกต่างหาก แม้ว่ากล้อง Panasonic GF1 และ Olympus EP2 สองยี่ห้อนี้จะใช้เลนส์ในระบบ Micro Four Third และมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง แต่กล้องสองรุ่นนี้กลับสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกับได้เฉพาะเลนส์ และแฟลช ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ช่องมองภาพแบบ Electronic View Finder หรือ EVF และสายรีโมท ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้และเมนูต่างๆ ของกล้องก็ต่างกันมาก   

 

คุณภาพไฟล์ภาพนิ่ง

          ขนาดและคุณภาพของไฟล์มีคุณภาพสูงเทียบได้กับ DSLR ทั่วไป แม้ว่ารูปทรง และขนาดของกล้องจะค่อนข้างเล็กกะทัดรัดคล้ายๆ คอมแพคก็ตาม ขนาดไฟล์ภาพ 12.1 ล้านพิกเซลนั้น นำไปใช้งานจริงๆ จังๆ ได้ สีสันของภาพที่ได้นั้นสวยสดใส และมีความอิ่มตัว คอนทราสท์ค่อนข้างสูง การถ่ายภาพที่ไอเอสโอสูงไม่เกิน 400 นั้นทำได้ดี สีสัน และความคมชัดนั้นน่าประทับใจ แต่ถ้าเกิน 400 ไปจนถึง 1000 ไม่ค่อยเนียนแต่ก็พอรับได้ แต่ที่เกินจาก 1000 ไปนั้นค่อนข้างหยาบ

 

ระบบการทำงาน

          การทำงานของกล้อง และเลนส์นั้น สามารถตอบสนองการทำงานได้รวดเร็วดี การโฟกัสนั้นมีความรวดเร็วและโฟกัสได้แม่นยำ ไม่ค่อยวืดวาด หรือหลุดโฟกัส แต่อย่างไรก็ดีมันก็ยังเป็นกล้องที่ค่อยไม่เหมาะกับการถ่ายภาพแบบเคลื่อนไหวเร็วๆ นัก กล้องมีจุดโฟกัสมากถึง 23 จุด มีไฟช่วยโฟกัสในที่แสงน้อย การปรับตั้ง และเลือกใช้ระบบนั้น เป็นปุ่มแยกไว้ให้กดเลือกใช้ได้โดยตรง เช่น โหมดถ่ายภาพ ความเร็วในการถ่ายภาพ ตั้งถ่ายตัวเอง ตั้ง ISO และที่ชอบคือปุ่มบันทึกวิดิโอที่ทำแยกออกมานั้น ทำให้สามารถบันทึกวิดิโอได้ทันทีจากในทุกโหมดถ่ายภาพ ไม่ต้องเสียเวลาไปหมุนแป้นเลือกเข้าโหมดถ่ายวิดิโอก่อน แต่การปรับตั้งหลายๆ อย่างก็ไม่ค่อยสะดวก เพราะต้องเข้าในตั้งในเมนูที่ซับซ้อนยากต่อการเข้าถึง    

          ระบบเลนส์นั้น กล้องพานาโซนิคในระบบ Micro Four Third มีเลนส์ของตัวเอง ที่สามารถทำงานได้เต็มระบบไม่ว่าจะเป็นปรับโฟกัสอัตโนมัติ วัดแสง และแสดงข้อมูลต่างๆ   ออกมาให้ใช้งานหลายตัว เช่น

* Panasonic 14-45mm f/3.5-5.6   

* Panasonic 7-14mm f/4.0  

* Panasonic 14-140mm f/4.0-5.8    

* Panasonic 20mm f/1.7   

* Panasonic 45-200mm f/4.0-5.6    

* Panasonic 45mm f/2.8 Macro

และยังใช้ร่วมกับเลนส์ Micro Four Third ของโอลิมปัสได้อีกสองรุ่น คือ   

* Olympus M.Zuiko Digital 14-42 mm.  f/3.5-5.6 และ

* Olympus M. Zuiko Digital 17 mm. f/2.8      

          นอกจากนี้ยังสามารถนำเลนส์ของระบบ Four Third มาต่อใช้ร่วมได้ โดยผ่านอแดปเตอร์ของพานาโซนิคเอง รุ่น DMW-MA1PP และ ของโอลิมปัส รุ่น MMF-1 แต่เมื่อนำเลนส์ในระบบ Four Third มาต่อใช้นั้น น่าเสียดายที่เลนส์ Four Third  หลายตัวไม่สามารถปรับโฟกัสแบบอัตโนมัติได้ จะต้องหมุนปรับโฟกัสเอง อันเป็นการลดความสะดวกลงไป ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะสามารถแก้ไขได้ด้วยการออกเฟิร์มแวร์ให้แก้ปัญหานี้หรือไม่ สำหรับเลนส์ในระบบ 4/3 รุ่นที่ต่อผ่านอแดปเตอร์และสามารถนำมาใช้ได้เต็มระบบคือ

* Panasonic Leica D Summilux 25 mm F1.4 ASPH

* Panasonic Leica D Vario-Elmar 14-50 mm F3.8-5.6 ASPH. Mega OIS

* Panasonic Leica D Vario-Elmar 14-150 mm F3.5-5.6 ASPH. Mega OIS

* Olympus Zuiko Digital 25 F2.8 (Pancake)

* Olympus Zuiko Digital ED 14-42mm F3.5-5.6

* Olympus Zuiko Digital ED 40-150mm F4-5.6


 

ระบบกันสั่น หรือ IS (Image Stabilizer)

          กล้องรุ่นนี้ไม่มีระบบป้องกันการสั่นไหวติดตั้งอยู่ภายในกล้อง ต้องใช้กับเลนส์ที่มีระบบกันสั่นจึงจะใช้ได้ ซึ่งก็มีเลนส์เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น ดังนั้นการใช้งานจึงต้องระวังด้วย เพระกล้องและเลนส์มีน้ำหนักเบาอาจทำให้เคลื่อนไหวได้โดยไม่ทันระวัง โดยเฉพาะกับเลนส์ที่ทางยาวโฟกัสสูงๆ 

 

ระบบกำจัดฝุ่น

          ระบบกำจัดฝุ่นแทบจะเป็นหัวใจของกล้องในระบบ Micro Four Third เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเซ็นเซอร์รับภาพแบบไลฟ์มอส อยู่ในสภาวะเปิดรับภาพตลอดเวลาโอกาสที่ฝุ่นจะไปติดหน้าเซ็นเซอร์ มีสูงมาก ม่านชัตเตอร์จะเลื่อนมาปิดเฉพาะเวลาลั่นชัตเตอร์เพียงช่วงสั้นๆ Panasonic GF1 ติดตั้งระบบกำจัดฝุ่นแบบคลื่นความถี่สูง หรือ SSWF (Super Sonic Wave Filter) ซึ่งเป็นระบบที่เยี่ยมยอดทำให้หายห่วงเรื่องนี้ไปได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังเวลาถอดเปลี่ยนเลนส์ ไม่ควรทำให้สถานที่มีฝุ่นหรือลมแรงมากๆ เพราะระบบอาจกำจัดฝุ่นชิ้นใหญ่ได้ยาก

 

ระบบตรวจจับใบหน้าคน

          Face Detection ระบบตรวจจับโฟกัสใบหน้าคนที่ทำให้แค่ยกกลองขึ้นเล็ง กดชัตเตอร์เบาๆ มันก็จะมีกรอบสี่เหลี่ยมจับโฟกัสใบหน้าได้ทันที และสามารถกำหนดจำนวนหน้าได้ด้วย แต่ถ้าไม่ได้ใช้ถ่ายภาพบุคคลก็ควรจะปิด เพราะมันอาจจะไปจับโฟกัสในตำแหน่งไม่ตรงกับที่เราต้องการได้ 

 

วีดีโอระดับ Hidefinition

          D GF1 มีระบบถ่ายวิดิโอให้เลือกใช้หลายระดับคุณภาพ แต่ถ้าต้องการคุณภาพระดับHD เพื่อฉายขึ้น จอภาพขนาดใหญ่  ให้เลือกใช้ระบบ AVCHD ภาพที่ได้นั้นคมชัดมาก แต่เสียดายที่คุณภาพเสียงเป็นแบบ Mono ไม่ได้เป็นเสียงสเตอริโอ แต่หากต้องการคุณภาพวิดิโอเพียงระดับธรรมดา ใช้งานทั่วไป ก็สามารถเลือกเป็นโหมด Mpeg 720p และ 576p ได้ เพื่อประหยัดเนื้อที่บนการ์ด  

 

บทสรุป

          หลังจากที่ได้ทดลองใช้กล้อง Panasonic GF1 มาระยะหนึ่ง รู้สึกประทับใจในกล้องตัวนี้ เพราะนอกจากตัวกล้องจะสวยงาม จับถือได้มั่นคงดี ภาพที่ได้นั้นมีความคมชัด สีสันสดใส สีอิ่มตัว จอภาพมีความคมชัด ส่วนโหมดวิดิโอก็ให้ภาพระดับ HD ที่คมชัดมาก มีฟังก์ชั่นต่างๆ ให้เลือกใช้อย่างครบครัน ระบบช่วยโฟกัสแบบแมนวล ที่ขยายภาพขึ้น 7 เท่าเพื่อการปรับโฟกัสแบบละเอียดนั้นทำให้โฟกัสได้แม่นยำขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการถ่ายแบบมาโคร นับว่ายอดเยี่ยมมาก และที่แปลกดีแต่มีประโยชน์คือระบบดิจิตอลซูม ที่ขยายภาพขึ้นได้ 2x และ 4x แบบเดียวกันกับกล้องคอมแพค รวมทั้งมีเลนส์ดีๆ ออกมาให้ใช้หลายตัว แม้ตัวกล้องจะมีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่ให้คุณภาพสูงนำไปใช้งานจริงจังได้ มีข้อติตรงที่ถ้าจอ LCD ที่ด้านหลังจะได้รับการเคลือบลดแสงจะดีมากกว่านี้ เพราะจะทำให้การใช้งานกลางแจ้งสะดวกขึ้นยิ่งขึ้น โดยรวมแม้ว่าจะมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างแต่ก็นับเป็นกล้องที่น่าใช้มากตัวนึง

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน