Camerart Magazine

banner250x90

Canon PowerShot G11

 หากเราพูดถึงกล้อง Compact digital สักรุ่นหนึ่งที่สามารถสืบย้อนไปได้ถึง ปี 2000 อันเป็นปีกำเนิดของมันแล้วละก็ หลายๆ คนคงนึกถึงกล้อง Compact Prosumer ตระกูลดังตระกูลหนึ่งของ Canon นั่นคือ PowerShot Series นั่นเอง

เรื่องและภาพ : Orange Monster

 

จุดเด่น

       เซ็นเซอร์รับภาพความไวแสงสูง สัญญาณรบกวนต่ำ ความละเอียด 10.0 ล้านพิกเซล ลดลงจากรุ่นเดิมที่มีความละเอียด 14 ล้านพิกเซล

       ระบบประมวลผลแบบ Digic 4 เพื่อความฉับไวในการทำงาน และทำงานเสริมกับเซ็นเซอร์รับภาพในการขจัดสัญญาณรบกวน

       เลนส์ซูมขนาด 5 เท่า ทางยาวโฟกัส 28-140 มม. (เทียบเท่ากล้อง 135 มม.) พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวในชุดเลนส์

       จอรับภาพขนาด 2.8 นิ้ว ความละเอียดของจอ 461,000 พิกเซล ให้สีสวยสดใส คมชัด และสามารถพลิกหน้าจอได้เพื่อการถ่ายภาพทั้งมุมสูง มุมต่ำ

       ระบบการถ่ายภาพหลากหลาย รองรับการใช้งานได้ทั้งจากผู้ที่ต้องการถ่ายภาพแบบง่ายๆ แต่ได้คุณภาพดีในระบบ Full Auto หรือเป็นกล้องที่ควบคุมการทำงานได้ทุกอย่างเช่นที่ช่างภาพมืออาชีพต้องการ

       มีระบบการบันทึกภาพแบบ RAW และ RAW+jpg

       อุปกรณ์เสริมหลากหลาย รองรับความต้องการของช่างภาพได้ในทุกระดับ

      เนื่องจากในท้องตลาดขณะนี้ มีกล้องแบบ Compact Prosumer อยู่หลายรุ่น และแต่ละรุ่นก็มีการกล่าวอ้างว่ากล้องของตนเองมีความสามารถสูงด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น กล้องเรือธงสำหรับลุยตลาดของ Canon ตัวนี้ จะสามารถสู้กับคู่แข่งได้หรือไม่ ต้องติดตามครับ

 

การออกแบบ

      หลังจากที่ Canon เปลี่ยนสไตล์การออกแบบกล้องตระกูล G จากแบบโฉบเฉี่ยวล้ำยุคเป็นแบบ Retro ใน G7 ทำให้ตัวกล้องดูบึกบึนและแน่นหนาขึ้นมาก G11 ก็เช่นกัน แม้นจะดูเผินๆ ว่ามันไม่แตกต่างจาก G10 เลย เพราะยังคงใช้โครงสร้างที่เป็นอลูมินั่มอัลลอยด์เกือบทั้งตัว (ยกเว้นฝาปิดแบตเตอรี่และฝาปิดช่องเสียบสายข้อมูล) และความแน่นหนาในการประกอบและการจับถือที่จะดีกว่ากล้อง DSLR รุ่นเล็กๆ ของ Canon เองด้วยซ้ำ แต่หากพิจารณากันอย่างใกล้ชิด จะพบความแตกต่างในหลายจุด เช่นตำแหน่งชื่อรุ่นถูกเปลี่ยนจากกริปมาอยู่ด้านบน ซึ่งในความเห็นส่วนตัวผมว่ารุ่นเก่าดูดีกว่า จอ LCD ที่เล็กลงจาก 3.0 นิ้วเป็น 2.8 นิ้วโดยยังให้ความละเอียดเท่าเดิม แต่สามารถพลิกหน้าจอได้อย่างอิสระ ทำให้การถ่ายภาพในมุมสูงและมุมต่ำสะดวกขึ้นมาก และ Redesign ปุ่มต่างๆเล็กน้อย เช่นปุ่มเปิดปิดเปลี่ยนจากสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นปุ่มกลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แป้นปรับ ISO แบบแยกที่ทำให้การปรับตั้งคล่องตัวมากนั้นได้เพิ่ม ISO ไปถึง 3200 ปุ่มล็อคความจำแสงถูกปาดมุมด้านบนทำให้เวลาจับถือกล้องสามารถวางนิ้วโป้งทับไปบนปุ่มได้โดยที่นิ้วโป้งไม่เผลอไปกดปุ่มล็อคความจำแสงง่ายๆเหมือนก่อน ปุ่มเลือกระบบวัดแสง เลือกกรอบโฟกัส เลือกเปลี่ยนการแสดงผลหน้าจอและปุ่มเข้าเมนูถูกปาดให้เฉียงรับนิ้วเล็กน้อยเพื่อให้กดปุ่มได้สะดวกขึ้น ทำให้ใช้งานได้ดีขึ้นเล็กน้อยครับ

 

ระบบการทำงานใหม่ๆ

      Canon Powershot G11 ได้เพิ่มระบบการถ่ายภาพแบบอัตโนมัติขึ้นมาอีกสองระบบ นั่นคือระบบ Low Light  ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยโดยเฉพาะ และระบบ Quick Shot ที่เน้นการทำงานที่รวดเร็ว โดยกล้องจะแสดงการปรับตั้งค่าต่างๆ บนจอภาพแทน (เหมือนกับกล้อง DSLR รุ่นใหม่ๆ) การเข้าสู่การปรับตั้งทำโดยการกดปุ่ม set และใช้แป้นที่ทิศทางเข้าสู่เมนูนั้น และหมุนวงแหวนเพื่อปรับตั้งค่าได้ทันที ส่วนการปรับตั้ง ISO และค่าการชดเชยแสงสามารถปรับตั้งจากแป้น ISO และการชดเชยแสงเหมือนปกติ ช่วยให้การปรับตั้งระบบโดยรวมทำได้โดยสะดวก แต่ต้องแลกกับการเล็งภาพผ่านช่องมองภาพแทนที่จะมองจากจอ LCD เหมือนปกตินะครับ

      ส่วนระบบอื่นๆ ที่น่าจะเหมาะกับนักถ่ายภาพมือใหม่ๆ (รวมถึงมือโปรที่ขี้เกียจจะควบคุมอะไร) ก็คือระบบการบันทึกภาพแบบ Full Auto เพราะ G11 จะทำการวิเคราะห์ถึงสภาพแสง ระยะโฟกัส ระบบตรวจจับใบหน้า การเคลื่อนที่ของวัตถุ และสี เพื่อเลือกใช้โปรแกรมการบันทึกภาพที่คิดว่าเหมาะสมกับสภาพแสงขณะนั้นมากที่สุดครับ เป็นระบบ AI ที่ทำงานได้ดี “มาก” ชนิดเกินความคาดหมายครับ

      และยังมีลูกเล่นกุ๊กกิ๊กๆ เช่นระบบการตั้งถ่ายตัวเองแบบตรวจจับใบหน้าผู้ถ่ายภาพ คือเมื่อตั้งเปิดการทำงานไว้ เมื่อกดชัตเตอร์แล้วช่างภาพไม่จำเป็นต้องวิ่งกระหืดกระหอบไปเข้ากล้องตามระยะเวลาที่กำหนดอีกต่อไป เพียงแต่เดินเข้าไปที่กลุ่มคนที่จะถ่าย หันหน้าเข้ากล้อง เมื่อกล้องตรวจจับใบหน้าเพิ่มเติมแล้วจะทำการบันทึกภาพทันที หรือระบบตรวจสอบว่าแบบที่ถ่ายนั้นกระพริบตาหรือไม่ หากกระพริบตาจะเตือนให้ถ่ายภาพใหม่เป็นต้น และระบบที่เราคุ้นชินกับกล้อง compact ของแคนอนเองแล้ว เช่นระบบเปลี่ยนสีภาพอัตโนมัติ ระบบเหล่านี้บางคนอาจจะมองว่ามันค่อนข้างไร้สาระ แต่ในการใช้งานจริงมันทำให้การถ่ายภาพน่ารื่นรมย์มากครับ

      ส่วนเลนส์ Canon Powershot G11 ยังคงใช้เลนส์ช่วงทางยาวโฟกัส 28-140 มม. (เทียบเท่าทางยาวโฟกัสของกล้อง 135 มม.) ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวติดมาด้วยจาก G10 เพราะมีช่วงซูมที่เหมาะสมกับการใช้งานทั่วๆ ไปเป็นอย่างดี และให้คุณภาพที่ดีพอเนื่องจากเคยใช้กับกล้องที่มีความละเอียดสูงกว่ามาแล้ว และยังสามารถใช้อุปกรณ์เสริมอาทิ ท่อต่อ เลนส์เสริมเพื่อเปลี่ยนทางยาวโฟกัสของ G10 ได้ทั้งหมด และใช้กับแฟลชคู่บุญ 270 EX ได้อย่างลงตัวทั้งขนาดและน้ำหนักครับ

 

ผลการใช้งาน

      ผมเองเป็นแฟนเหนียวแน่นของกล้องตระกูลนี้มาตั้งแต่สมัย G3 แล้วครับ เพราะชอบใจในความสามารถหลายๆ ด้านของมัน จึงเป็นแฟนของมันอย่างเหนียวแน่น และพบกับความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่าง โดยการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครั้งแรกก็คือ G7 ที่ออกแบบมาอย่าง Retro แต่ดันตัดจอแบบพลิกได้ออก และไม่มี RAW File และ G9 กล้อง Compact ที่ทำให้ผมรู้ว่า ที่ ISO ต่ำสุดของมันให้ภาพที่ใสได้แทบไม่แตกต่างจาก DSLR ดีๆ เลย แต่ G9 ยังขาดช่วงเลนส์มุมกว้างไปหน่อย พอ G10 ออกมาผมก็เลยยก G9 ให้หลาน แล้วรีบไปซื้อ G10 มาใช้ทันที แต่สิ่งที่น่าผิดหวังก็คือไฟล์ภาพครับ เพราะ G10 นอยซ์ที่ ISO 200 และ 400 มากจนผมไม่ชอบ (และไม่ใช้ด้วย) นี่คือสาเหตุที่ผมไม่สนใจในตัว G11 ที่ออกมาเลย โดยปลอบใจตัวเองว่า พิกเซลแยะๆ ก็เอามา crop ได้มากกว่าพิกเซลน้อย แคนอนถอยหลังเข้าคลองซะแล้ว

      แต่พอวันหนึ่งเข้าไปที่ร้านกล้องเจ้าประจำ เพื่อนชี้ภาพภาพหนึ่งให้ดูแล้วบอกว่า “เป็นไง ISO 800 นะ” แว่บแรกผมเฉยๆ ครับ เพราะนึกว่าภาพนั้นคือภาพจาก EOS7D แต่เพื่อนสะกิดอีกครั้งแล้วบอกว่า “นี่น่ะ G11 ที่ ISO 800” และพอพิจารณาไฟล์ภาพแล้ว ผมหยิบ G10 ที่ติดมือมาขายทิ้งและซื้อ G11 มาแทนเลยครับ พอกลับมาถึงบ้าน ลองถ่ายภาพหิ้งพระที่บ้านที่ ISO 800 ดู แล้วนึกสนุก ลองหยิบกล้อง DSLR ขนาด 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ระบบ APS-C ที่มีระบบกันสั่นในตัวกล้องด้วย เอามาตั้งที่ ISO 800 เหมือนกัน ถ่ายช็อตเดียวกัน พอดูภาพจากจอแล้ว......วันรุ่งขึ้นผมประกาศขายกล้อง DSLR ชุดนั้นทันทีครับ!!!!!

      สิ่งที่ G11 แตกต่างจาก G10 อย่างชัดเจนที่สุดคือไฟล์ภาพที่ ISO สูง ภาพจาก ISO 800 นั้น ถึงจะดูออกว่ามีการทำ Noise reduction พอสมควร แต่ภาพที่ได้ดูใส และคมชัดมากกว่า G10 อย่างชัดเจน และคมชัดกว่ากล้อง DSLR ตัวที่ผมนำมาประกบเล่นๆอีกด้วย!! แสดงว่า Canon ขอพักรบใน Pixel War แต่มาใช้ความสามารถของเซ็นเซอร์ใหม่แบบ High Sensitivity และระบบประมวลผลแบบ Digic 4 เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำในกล้องแนวนี้แทน ซึ่งผมคิดว่ามาถูกทางมากๆ ครับ 

      หลังจากนั้นผมก็เอาไปใช้ในหลายๆงาน โดยใช้ระบบ full auto เท่านั้นซึ่ง Full Auto ของแคนอนจะรวมโปรแกรมการถ่ายภาพหลายๆ รูปแบบ และจะเลือกมาใช้ตามสภาวการณ์ เช่น หากถ่ายภาพในวันที่ท้องฟ้าสดใส กล้องจะปรับระบบเป็นโปรแกรมแบบให้สีสันสดใสมากโดยเฉพาะสีฟ้า หรือถ้ากล้องตรวจจับใบหน้าได้ กล้องจะปรับเป็นระบบการถ่ายภาพบุคคลทันที ซึ่งฉลาดมาก จนบางครั้งจะฉลาดไปสักนิด เช่นหากคุณใช้ระบบ Full auto ถ่ายรูปอนุสาวรีย์หรือรูปหล่อใหญ่ๆ เช่นรูปหล่อหลวงปู่ทวดที่วัดห้วยมงคล ระบบ Face detection จะทำการตรวจจับว่าเป็นการถ่ายภาพคน และเนื่องจากรูปหล่อนี้เป็นสีดำ กล้องจึงจัดการปรับให้เป็นระบบถ่ายภาพบุคคลย้อนแสง ผลก็คือภาพโอเวอร์ไปประมาณ 2 สตอปเห็นจะได้ ผมทั้งขำทั้งงงว่า กล้องมันคิดได้ถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ 55555 แต่ถ้าหากช่างภาพต้องการกล้องที่ควบคุมได้ทุกอย่างตามต้องการ G11 ก็ยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีครับ



      แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การใช้ G11 ในระบบ full auto กับช่วงเลนส์ 28-140 มม. ของกล้องทำให้ผมได้ภาพที่คุณภาพดีโดยไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่า ยก เล็ง กดชัตเตอร์เท่านั้นครับ ภาพที่ได้สีสันสดใส คอนทราสดี และคมชัดมากที่ ISO 80-320 และจะเริ่มเห็นผลของ Noise Reduction บ้างที่ ISO สูงกว่านี้ แต่ไฟล์ภาพที่ได้ยังใช้งานได้ดีจนถึง ISO 800 โดยที่ ISO 1600-3200 ให้คุณภาพในระดับโอเคถ้าไม่ขยายใหญ่มากนักครับ อาการสีเหลื่อมที่ขอบภาพมีให้เห็นบ้างที่ช่วงมุมกว้าง แต่ไม่มากนักโดยจะมีผลกับส่วนสว่างๆ เท่านั้น จอหลังกล้องให้สีสันและคอนทราสที่ดูสดกว่าภาพจากจอคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ไปบ้างแต่ไม่มากนัก

      การใช้พลังงานของกล้องอยู่ในเกณฑ์ดี ผมสามารถถ่ายภาพแบบต่อเนื่องและถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้มากกว่า 300 ภาพต่อการชาร์จถ่าน 1 ครั้ง โดยถ้าถ่ายแบบต่อเนื่องและใช้แฟลชด้วย กล้องจะอุ่นๆ เล็กน้อยบริเวณกริปมือจับ แต่ไม่ถึงกับร้อนจนต้องใส่ใจครับ

 

สรุป

      หากคุณสนใจกล้อง Compact ขนาดพอเหมาะมือ โครงสร้างแน่นหนา งานการผลิตดีมาก ช่วงซูมใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ มีระบบการถ่ายภาพมากพอและให้ไฟล์ภาพที่ดีไม่แพ้ DSLR โดยไม่เกี่ยงราคาที่พอๆ กับกล้อง DSLR ในระดับเริ่มต้นแล้ว G11 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากตัวหนึ่งครับ หรือถ้าคุณมี DSLR อยู่แล้ว และต้องการกล้องเล็กสำหรับ Snapshot ในวันที่ไม่อยากแบกอะไรแบบครบชุด แต่ยังให้คุณภาพแบบหวังผลได้ G11 ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้เก่งเล็ก Canon Powershot S90 เช่นกันครับ

          แต่ถ้าคุณต้องการกล้องที่สามารถไปต่อได้อีก ทั้งเลนส์ที่มีช่วงทางยาวโฟกัสมากกว่านี้ทั้งช่วงมุมกว้างและช่วงเทเล ความเร็วในการถ่ายภาพและการเขียนไฟล์ อย่างนั้น G11 น่าจะไม่ใช่ทางเลือกแรกของคุณครับ

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน