Camerart Magazine

banner250x90

Fuji FinePix S200EXR

แล้วเวลาที่แฟนๆ ของฟูจิรอคอยก็ได้มาถึง ฟูจิฟิล์มได้นำกล้องรุ่นใหม่ Fujifilm FinePix S200EXR ออกสู่ตลาด เป็นการพัฒนาโดยนำ Super CCD EXR กับกล้อง FinePix S100FS มาพัฒนาเข้าด้วยกันเป็นกล้อง Fujifilm FinePix S200EXR



เรื่อง + ภาพ : ศุภฤกษ์ นฤเบศร์ไกรสีห์ / กมลชัย ศรีวัฒน์ธนรัตน์


 จุดเด่นของ Fujifilm FinePix S200EXR

1. ใช้เซ็นเซอร์ Super CCD EXR ขนาด 1/1.6 นิ้ว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซึ่งจะให้ภาพที่ดีกว่ากล้องระดับเดียวกันซึ่งมักจะใช้เซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่ามาก

            2. มีระบบ EXR สามารถเลือกถ่ายภาพแบบเน้นรายละเอียด ช่วงการรับแสง หรือสัญญาณรบกวนต่ำได้

            3. มีระบบ Pro Focus ถ่ายภาพฉากหลังเบลอ และ Pro Low-light ถ่ายภาพสัญญาณรบกวนต่ำเป็นพิเศษ

            4. เลือกระบบสีภาพได้ถึง 5 รูปแบบคือ Velvia, Provia, Astia, B&W, Sepia

            5. จอภาพรุ่นใหม่ขนาด 2.7 นิ้ว 230,000 พิกเซล สามารถดูภาพในที่สว่างได้ดีเป็นพิเศษ

            6. ระบบแฟลช Super Intelligent Flash รุ่นใหม่

            7. ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่มากกว่า FinePix S100FS ถึง 50%

            8. สามารถเลือกถ่ายภาพแบบ CCD-RAW (EXR) และ JPEG shooting

 

คุณสมบัติจำเพาะของ Fujifilm Finepix S200EXR

ชนิดกล้อง : กล้องคอมแพคชนิด Semi SLR ติดตั้งเลนส์ตายตัว

เซ็นเซอร์ : 1/1.6 “ Super CCD EXR

จำนวนพิกเซล : 12.0 million

ขนาดภาพ : *อัตราส่วน 4:3 ขนาดภาพ 4000x3000, 2816x2112, 2048x1536 พิกเซล

            *อัตราส่วน 3:2 ขนาดภาพ 4000x2664, 2816x1864, 2048x1360 พิกเซล

            *อัตราส่วน 16:9 ขนาดภาพ 4000x2248, 2816x1584, 1920x1080 พิกเซล

ระบบถ่ายภาพวิดิโอ : ขนาดภาพ 640x480, 320x240 พิกเซลที่ 30 ภาพต่อวินาที

ไฟล์ภาพวีดีโอ : AVI (Motion JPEG) พร้อมเสียงแบบโมโน (Wave File)

ชนิดไฟล์ภาพนิ่ง : JPEG (Exif Ver. 2.2) และ  CCD-RAW

เลนส์ : Fujinon 7.1-101.5 มิลลิเมตร เทียบเท่า 30.5-436 มิลลิเมตร

ดิจิตอลซูม : 2 เท่า

ระบบปรับความชัด : ปรับความชัดอัตโนมัติ แบบทีละภาพ (Single) สามารถเลือกจุดปรับความชัดได้ แบบต่อเนื่อง (Continue) ปรับความชัดด้วยมือ (Manual) พร้อมสเกลช่วงปรับความชัด

ระบบค้นหาใบหน้า : มี Face Detection รุ่น 2

แสงช่วยหาโฟกัส : มี

ระยะชัด : ปกติช่วงเลนส์มุมกว้าง 50 เซนติเมตรถึงสุดสายตา เทเลโฟโต้ 2.5 เมตรถึงสุดสายตามาโคร ที่เลนส์มุมกว้าง 10 ถึง 3.0 เซนติเมตร ที่เลนส์เทเลโฟโต้ 90 เซนติเมตรถึง 3 เมตร

ความไวแสง : ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ตั้งได้ตั้งแต่ ISO 100-3200 สามารถเลือกตั้งแบบอัตโนมัติได้ และ 6400 ถึง 12800 ที่ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล

ระบบวัดแสง : วัดแสงผ่านเลนส์ แบ่งพื้นที่ 256 ส่วน เฉลี่ยหนักกลางและเฉพาะจุด

ระบบถ่ายภาพ : โปรแกรม P ความเร็วชัตเตอร์อัตโนมัติ A ช่องรับแสงอัตโนมัติ S และปรับตั้งเอง M และระบบถ่ายภาพแบบโปรแกรมต่างๆ Auto, EXR, FSB, SP,C1, C2, P, A, S, M, Movie SP: Portrait, Portrait Enhancer, Landscape, Sport, Night, Fireworks, Night (Tripod), Pro low Light, Pro focus, Sunset, Snow, Beach, Party, Flower, Text. NP, NPFlash

ความเร็วชัตเตอร์ : 30 ถึง 1/4000 วินาที

ช่องรังแสง : F2.8-F11 ที่ช่วงเลนส์มุมกว้าง F5.3-F11 ที่ช่วงเลนส์เทเลโฟโต้

ระบบสมดุลสี : อัตโนมัติ และปรับตั้งเอง แสงกลางวัน Fine, ในร่มเงา Shade, แสงฟลูออเรสเซนท์แบบ Daylight, Warm White และ Cool White แสงไฟทังสเตน และปรับตั้งเอง

ระบบตั้งเวลาถ่ายตัวเอง : ตั้งได้ 10 และ 2 วินาที

ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง : 6 ภาพต่อวินาทีต่อเนื่อง 24 ภาพ

ระบบแฟลช : แฟลชอัตโนมัติ ระยะการทำงานไม่เกิน 7.2 เมตร

ระบบการทำงานแฟลช : แฟลชแก้ตาแดง เปิดแฟลช ปิดแฟลช แฟลชถ่ายภาพกลางคืน

จอ LCD : TFT color LCD monitor ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 ล้านพิกเซล แสดงภาพ 100%

ระบบเชื่อมต่อ : USB 2.0  ช่องต่อวิดิโอแบบ NTSC / PAL

การ์ดเก็บข้อมูล : SD/SDHC

หน่วยความจำในตัวกล้อง : มี ขนาด 47 MB

แบตเตอรี่ : NP-140 Li-ion

น้ำหนัก : 835 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)

ขนาด : 133 x 94 x 145 มิลลิเมตร

 

            จากสเป็คของกล้อง Fujifilm FinePix S200EXR จะเห็นได้ว่า Fujifilm FinePix S200EXR เป็นกล้องที่รวมเอาเทคโนโลยีเด่นๆ ของฟูจิฟิล์มเอาไว้เกือบทั้งหมดเลยทีเดียว เทคโนโลยี Super CCD EXR ที่มีการจัดเรียงตำแหน่งของฟิลเตอร์สีหน้า CCD ใหม่ทำให้การรับแสงใกล้เคียงตาคนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับวงจรไฟฟ้าใหม่ทำให้ Super CCD EXR สามารถปรับการทำงานได้หลายรูปแบบ เน้นรายละเอียดในโหมด HR High Resolution เน้นช่วงการรับแสงกว้างในโหมด Wide Dynamicrange และเน้นสัญญาณรบกวนต่ำในโหมด Low Noise ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกระบบได้เอง หรือจะให้กล้องเลือกระบบโดยอัตโนมัติก็ได้ ส่วนตัวเลนส์นั้นนับเป็นความกล้าหาญบนความเสี่ยงที่ทำเลนส์ยาวถึง 14 เท่า ระดับ 436 มิลลิเมตร ซึ่งฟูจิฟิล์มจะต้องแก้ปัญหาทั้งคุณภาพเลนส์และการสั่นไหวของกล้อง งานนี้ทาง Fujinon ซึ่งเป็นฝ่ายพัฒนาเลนส์ของฟูจิฟิล์มได้ลงมารับผิดชอบเต็มตัว โดยการใช้ทั้งชิ้นเลนส์แก้ความคลาดทรงกลมและความคลาดสีแบบเต็มพิกัด จะได้ผลประการใดคงต้องรอดูภาพทดสอบกันอีกที เอาเป็นว่า ผมเริ่มทดสอบกล้อง Fujifilm FinePix S200EXR กันเลยดีกว่า


 

ลองใช้งาน Fujifilm FinePix S200EXR

            ผมได้รับกล้อง Fujifilm FinePix S200EXR มาสองตัว ตัวแรกเป็นตัวโชว์เฉยๆ ซอฟแวร์ในตัวกล้องยังไม่เรียบร้อยดี พอปลายเดือนสิงหาคม ทางฟูจิฟิล์มแจ้งมาว่าได้กล้องตัวจริงมาเรียบร้อย เป็นอันว่าเราจะได้ทดสอบกล้องที่สมบูรณ์ซึ่งกำลังจะวางขายแล้วจริงๆ เปิดกล่องออกมาเช็คอุปกรณ์ต่างๆ แล้วชาร์จแบตเตอรี่ วันรุ่งขึ้นก็ไปลองทดสอบ

            ตัวกล้อง Fujifilm FinePix S200EXR รุ่นนี้จะใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆ เล็กน้อย อันเนื่องจากเลนส์ที่ใหญ่ขึ้นด้วย ตัวกล้องยังคงเรียบง่าย แบบ S100FS ตัวเลนส์ด้านหน้าค่อนข้างใหญ่ แต่ไม่ยาวมากนักแม้ว่าทางยาวโฟกัสจะสูงถึง 435 มม. ก็ตาม การปรับซูมภาพแบบแมนนวลกลไก ซึ่งดีตรงละเอียดและไม่เสียได้ง่าย ไม่เปลืองแบตเตอรี่ ใช้งานสะดวกกว่ามาก ถัดมาเป็นวงแหวนปรับระยะชัดแบบปรับตั้งเอง เวลาใช้งานจะมีสเกลที่จอ LCD คอยบอกความชัดให้ด้วย ซึ่งผมคิดว่าน้อยมากที่เราจะได้ใช้ระบบปรับความชัดแบบปรับตั้งเอง กริปจับกล้องเป็นสันออกมาออกแบบให้จับได้ถนัด หุ้มยางกันลื่น น่าจะมีกริปเสริมฐานให้สูงขึ้นอีกหน่อย เจอคนมือใหญ่ๆ ก็จับไม่ค่อยถนัดเหมือนกัน ด้านบนมีปุ่มกดชัตเตอร์ ปุ่มเปิดปิดการทำงาน ปุ่มชดเชยแสง ปุ่มปรับ ISO ซึ่งชอบมาก ไม่ต้องเข้าเมนูให้ยุ่งยากซับซ้อน วงแหวนสำหรับปรับค่าต่างๆ วงแหวนเลือกระบบถ่ายภาพ ถัดมาเป็นแฟลช ฐานเสียบแฟลชแบบธรรมดา ด้านบนซ้ายมีปุ่มเปิดแฟลช สันกล้องด้านซ้ายมีปุ่มตั้งระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง ปุ่มตั้งระบบถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วประมาณ 1 ภาพต่อวินาทีต่อเนื่อง 6 ภาพ ซึ่งรอบนี้ถ่ายต่อเนื่องได้มากกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ก็ยังไม่เร็วพอ ปุ่มปรับตั้งสมดุลสีของแสง WB ปุ่มเลือกระบบปรับความชัดแบบทีละภาพ ต่อเนื่อง และปรับตั้งเอง ส่วนปุ่มตรงกลางไว้เลือกตำแหน่งปรับความชัด ด้านหลังกล้องมีจอ LCD ที่ดูสบายตามากขึ้น ปกติกล้องฟูจิก็มีจอ LCD ที่ดีกว่ากล้องอื่นๆ อยู่แล้ว  ช่องมองภาพแบบปรับสายตาได้ รอบนี้เป็นแบบ Multicoated ป้องกันแสงสะท้อนเอาไว้อย่างดี มีปุ่มเลือกระบบวัดแสง ปุ่มล็อคค่าแสง ปุ่มเลือกแสดงภาพทางจอ LCD หลังกล้องหรือจะดูที่ช่องมองภาพ ภาพที่แสดงนั้นเกือบจะเป็นแบบ Real Time แล้ว ไม่มีอาการ lag เหมือนกล้องรุ่นก่อนๆ เลย ส่วนชัตเตอร์ก็ตอบสนองทันทีไม่มีหน่วงเวลาเหมือนกัน นับว่ากล้อง Semi SLR มีความฉับไวไม่น้อยกว่ากล้อง SLR จริงๆ แล้ว ถัดไปเป็นปุ่มดูภาพ ปุ่มเปิดระบบ Face Detection ซึ่งในรุ่นนี้สามารถเอียงหน้าได้มากถึง 45 องศา มีความแม่นยำในการจับใบหน้ามากยิ่งขึ้น ถัดไปเป็นปุ่มเมนูโอเค ปุ่มขยายภาพ ปุ่มตั้งระบบแฟลช ปุ่มเปิดระบบมาโคร ปุ่ม DISP/BACK สำหรับเลือกการแสดงข้อมูลและตอบยกเลิก ด้านล่างกล้องมีช่องสำหรับติดตั้งขาตั้งกล้อง ช่องใส่แบตเตอรี่แบบ Li-on ส่วนสันกล้องฝั่งขวาสำหรับเสียบการ์ดแบบ SD ไม่มีช่อง xD นั่นน่าจะหมายถึงฟูจิฟิล์มคงจะยกเลิก xD card ในอนาคตอันใกล้นี้แน่ๆ จากนั้นผมลองทดสอบกล้องโดยเริ่มจากความคมชัดและการเก็บรายละเอียดก่อน โดยการทดสอบกับ Test Charge ที่ความละเอียดสูงสุด คุณภาพสูงสุดเท่าที่กล้องจะทำได้ แล้วถ่ายภาพกว้างๆ เอาไว้อีกทีหนึ่ง

            เริ่มจากคุณภาพของเลนส์ Fujifilm FinePix S200EXR อันเป็นจุดที่ผมกังวลที่สุด เพราะอัตราขยายมากเสียเหลือเกิน ผมตั้งกล้องที่คุณภาพสูงสุด ถ่ายภาพชาร์จทดสอบที่ 30 ไล่ไปจน 435 มม. แล้วขยายดูพบว่า ที่ 30 มม. มีความบิดเบือนชนิดโค้งเข้าอยู่พอสมควร อันเป็นเรื่องปกติของเลนส์ซูมที่ช่วงมุมกว้าง หากไม่ใช่เลนส์เกรดโปรจริงๆ มักจะมีปัญหานี้หลงเหลืออยู่เสมอ  ความคมชัดกลางภาพทำได้ดี ขอบภาพตกไปบ้าง ความคลาดสีมีสูงปานกลาง โดยจะเห็นคลาดเป็นสีน้ำเงินเหลือบออกไป การคุมแฟลร์ทำได้ดีมากตามปกติของเลนส์ฟูจิที่ค่อนข้างโค้ทผิวได้ดีอยู่แล้ว จากนั้นขยับไปที่ 100 มม. ความคลาดสีต่ำลงมากๆ  ส่วนการบิดเบือนลดลงจนแทบจะไม่มี ความคมชัดกลางภาพอยู่ในขั้นดีมาก ส่วนขอบภาพก็ดีเช่นกัน ความคลาดสีต่ำลงกว่าที่ 30 มม. เยอะ ไล่ไปจน 200 และ 300 มิลลิเมตร ความคมชัดกลางภาพอยู่ในระดับที่ดีมาก ส่วนขอบภาพเริ่มเบลอเล็กน้อยเมื่อเพิ่มทางยาวโฟกัส ส่วนความบิดเบือนคงที่คือ แทบไม่บิดเบือนเลย ส่วนที่ 435 มม. ขอบภาพจะนุ่มไปสักหน่อย แต่ก็ดีกว่าความคาดหมายไปมาก ความคลาดสีต่ำมากเช่นกัน โดยรวมแล้วคุณภาพของเลนส์ตัวนี้จัดว่าเหนือความคาดหมายไปสักหน่อย คือ คมชัดกว่าที่คิดเอาไว้ในช่วงเทเลโฟโต้มากๆ ส่วนช่วงมุมกว้างน่าจะคลาดสีน้อยกว่านี้อีกสักหน่อยจะเป็นการดี

            ในส่วนของรายละเอียดที่ความละเอียดสูงสุด Fujifilm FinePix S200EXR สามารถทำได้ดีเยี่ยมเช่นกัน สิ่งที่ไม่ต้องการเช่น Moiure ลายเสื่อ การเหลื่อมของเส้นแนวทะแยงต่างๆ อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม สมกับความเป็น Super CCD EXR แม้จะเพิ่มความไวแสงขึ้นไปจนถึง ISO 6400 รายละเอียดก็ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รวมทั้งเมื่อเปิดระบบลด Noise รายละเอียดยังทำได้ดีใกล้เคียงกับการปิดระบบลด Noise (ดูได้จากภาพประกอบ)









            ในส่วนที่น่าสนใจเป็นพิเศษ นอกจากระบบ EXR ที่ปรับให้การใช้งานง่ายขึ้น แต่ยังคงประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ F200EXR เราสามารถเข้าสู่ระบบถ่ายภาพโดยใช้ฟังก์ชั่น EXR ได้โดยการเข้าไปที่โหมด EXR ซึ่งจะเลือกใช้แบบ Auto ให้กล้องเลือกอัตโนมัติ หรือตั้งระบบการทำงานเอง รวมทั้งเลือก ISO ได้เองอิสระทางปุ่ม ISO อีกด้วย แต่ถ้าอยากปรับตั้งค่าเปิดรับแสงเอง สามารถเลือกระบบถ่ายภาพ M ก็ได้ เมื่อตั้งความละเอียดสูงสุดกล้องจะทำงานแบบ HR และเมื่อลดความละเอียดลงมาจะทำงานแบบ Low Noise ส่วนแบบ Wide Dynamic กล้องจะตั้งความไวแสงอัตโนมัติเป็นช่วง เช่น Auto 400 เป็นต้น

            ในส่วนการใช้งานผมตั้งไว้ที่ EXR Auto เกือบตลอด เพราะกล้องมันโอเคอยู่แล้วไม่ต้องไปปรับแต่งอะไรมากนัก ภาพที่ได้ยังดีเยี่ยม หากไม่บอกว่าเป็นกล้องคอมแพคหลายคนจะนึกว่า SLR ที่ใส่เลนส์ชุดคิท เพราะว่ามันเนียนไม่แพ้กันทีเดียว นอกจากระบบ EXR แล้ว Fujifilm FinePix S200EXR ยังมีของเล่นใหม่คือ Pro Focus Mode และ Pro Low-light Mode 

            ระบบ Profocus กล้องจะถ่ายภาพจำนวน 2 หรือ 3 ภาพต่อเนื่องอัตโนมัติแล้วนำมาซ้อนกันโดยปรับฉากหลังให้เบลอ เป็นการแก้ไขจุดอ่อนของกล้องคอมแพคที่ทำฉากหลังเบลอได้ยาก แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหวของวัตถุที่เป็นแบบ ต้องนิ่งจริงๆ ในส่วน Pro Low-light เป็นระบบที่ได้ใช้บ่อยมาก ตัวกล้องจะถ่ายภาพจำนวน 4 ภาพมารวมกัน ภาพที่ได้มี Noise ต่ำมากๆ แต่ขนาดภาพจะเล็กลงไป 1 ขั้นและมีข้อจำกัดเรื่องภาพเคลื่อนไหว ผมได้ลองใช้ระบบ Pro Focus และ Pro Low-light ระบบ Pro Focus ทำงานได้ดีมาก ผมลองถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวก็ยังสามารถทำฉากหลังเบลอได้โดยภาพส่วนที่เคลื่อนไหวก็ไม่ซ้อนแต่อย่างไร และได้ฉากหลังเบลออย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าฉากหลังยังเบลอไม่เนียนมากนัก ทำสนุกๆ พอได้ ระบบ Pro Low-light ใช้งานได้ดีมาก สามารถลดสัญญาณรบกวนโดยมีผลกระทบต่อความคมชัดและยังใช้กับภาพเคลื่อนไหวได้อีกด้วยเช่นกัน




            ส่วนผู้ที่ชอบสีจัดจ้าน Fujifilm FinePix S200EXR มีระบบสีแบบ Velvia ให้เลือกใช้งาน โดยจะเพิ่มความเปรียบต่างขึ้นเล็กน้อย สีอิ่มขึ้น สีผิวยังไม่เสียหาย ปกติผมชอบจะตั้งระบบนี้เอาไว้ หากถ่ายภาพบุคคลก็แนะนำ Astia Mode ถ่ายภาพคนสีผิวเนียนนุ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังได้ลองระบบแฟลชเล็กน้อย กล้องคอมแพคส่วนมากมีปัญหากับการถ่ายภาพระยะใกล้ แฟลชตัดแสงไม่ทัน หรือคำนวนแสงพลาด กับ Fujifilm FinePix S200EXR แล้วไม่มีปัญหาแม้แต่น้อย ผมลองถ่ายภาพวัตถุขาวระยะใกล้ในห้องที่ค่อนข้างมืด กล้องสามารถบาลานซ์แสงแฟลชและแสงต่อเนื่องได้อย่างยอดเยี่ยมไม่เป็นรองกล้อง SLR ที่ใช้ระบบแฟลช TTL อันชาญฉลาดแม้แต่น้อย

            จุดเด่นอีกจุดหนึ่งที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยคือ Dual Image Stabilization เป็นการใช้ระบบกันสั่นโดยการขยับชิ้นเลนส์ผสมผสานกับการตั้งความไวแสงสูงเพื่อลดการสั่นไหวของภาพที่435 มม. ปกติจะถือกล้องกันแทบไม่ได้ ภาพจะสั่นๆๆๆๆๆ มากๆ แต่กับเจ้า Fujifilm FinePix S200EXR แล้ว ภาพนิ่งเหมือนใช้เลนส์ 100 มม. เท่านั้น ทำให้เวลาถ่ายภาพที่ระยะซูมสูงสุดไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องภาพสั่นเลย ภาพส่วนใหญ่ที่ถ่ายได้จะคมชัด มีเพียงบางภาพเท่านั้นที่เบลอจากการเคลื่อนไหวของวัตถุ ความเร็วชัตเตอร์ไม่พอ ซึ่งไม่เกี่ยวกับระบบกันสั่นของกล้องแต่อย่างไร ส่วนระบบถ่ายคร่อมก็เป็นจุดหนึ่งที่ Fujifilm FinePix S200EXR ได้รับการออกแบบใหม่ ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพคร่อมค่าสีในโหมด FSB (Film Simulation) คร่อมค่า dynamic range และคร่อมค่าเปิดรับแสง (AE) ได้อัตโนมัติ จะให้ให้ผู้ใช้มีภาพเลือกมากขึ้นในภายหลัง

            เนื่องจากการทดสอบมีเวลาค่อนข้างน้อยหลังจากได้กล้องมา ผมนำไปถ่ายภาพที่น้ำตกเอราวัณ โดยให้น้องที่ใช้กล้องฟูจิ S9500 เป็นคนลองถ่ายก่อน แต่เนื่องจากน้ำตกมีน้ำน้อยมากๆ ทำให้ภาพไม่ถูกใจสักเท่าไร คุณภาพตัวกล้องไม่ได้มีปัญหาอะไร จึงต้องขออนุญาติเอากล้องไปลองต่ออีกสักระยะเพื่อเก็บภาพสวยๆ จากกล้อง Fujifilm FinePix S200EXR แล้วจะนำภาพมาให้ชมกันอีกสักครั้งนะครับ


 
สรุป

            Fujifilm FinePix S200EXR เป็นกล้องที่ใช้งานได้คล่องตัวมาก คุณภาพไฟล์ภาพดีเยี่ยม ระบบการทำงานไม่ด้อยไปกว่ากล้อง DSLR รุ่นเล็กในราคาต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับราคากล้องรวมเลนส์ คุณภาพเลนส์พึ่งพาได้ แต่ยังไม่ประทับใจมากนัก ซึ่งต้องเข้าใจเหมือนกันว่าเลนส์ระดับ 14 เท่าต่อให้เป็นเลนส์กล้อง DSLR ชั้นดีราคาแพงแบบซื้อ Fujifilm FinePix S200EXR ได้สี่ห้าตัวก็ยังมีคุณภาพระดับพอพึ่งพาเท่านั้น นอกนั้นถือว่าดีเยี่ยมไม่ผิดหวัง ทั้งสีสัน สัญญาณรบกวน รายละเอียด และระบบลดการสั่นไหวของภาพ นับว่าเป็นกล้องที่ไม่ทำให้ผิดหวังโดยเฉพาะเมื่อเทียบในระดับราคาเพียง 16,990 บาท

            หากติดใจคุณภาพของกล้องรุ่น FinePix F200 EXR ที่ใช้ Super CCD EXR แต่อยากได้ระบบการทำงานแบบ DSLR, Fujifilm FinePix S200EXR น่าจะเป็นคำตอบที่ไม่ทำให้ผิดหวัง

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน