การถ่ายภาพนั้นแตกต่างจากการมองภาพทั่วๆ ไป
เรื่องและภาพ : oat-chaiyasith
นั่นคือ การถ่ายภาพ ภาพที่เราจะได้ จะเป็นภาพที่มองภาพผ่านช่องมองภาพ (View Finder) ของกล้องถ่ายภาพดังนั้นแล้วภาพที่เราเห็นในช่องมองภาพนั้นอาจจะมีขนาดและสัดส่วนที่เหมือน หรือไม่เหมือนกับสิ่งที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่า สาเหตุก็คือ ขึ้นอยู่กับชนิดของเลนส์ที่เราใช้ ในการถ่ายภาพ ดังนั้นการถ่ายภาพจะถือเสมือนหนึ่งว่าเป็นการสร้างสรรค์ภาพผ่านเลนส์ก็ว่าได้
เลนส์ Wide และ เลนส์ Tele
เลนส์มีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับการที่เราจะเลือกใช้ ซึ่งเลนส์แต่ละชนิดก็ให้ภาพที่มีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิด และ คุณสมบัติของเลนส์ ไม่ว่าจะเป็น เลนส์ Wide, เลนส์ Normal, เลนส์ Telephoto, เลนส์ Macro, เลนส์ fisheye และเลนส์ Tilt Shift Picture 1-2 ซึ่งเลนส์แต่ละชนิดผมว่าทุกคนคงจะรู้จักกันอยู่แล้ว ผมจะมาพูดถึงการใช้เลนส์กับการจัดองค์ประกอบภาพโดยเฉพาะเลนส์ Wide กับ เลนส์ Tele


การใช้เลนส์แต่ละชนิดก็ให้ภาพที่ออกมาคนละอารมณ์และความรู้สึก ดังนั้นการเลือกใช้เลนส์ให้ถูกและเหมาะสมกับภาพที่เราต้องการนั้นจะช่วยให้ภาพที่เราถ่ายออกมานั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้น หลายๆ คนคงจะเคยเจอปัญหาที่ว่า เมื่อต้องการจะถ่ายภาพ แต่ไม่รู้จะเลือกใช้เลนส์ตัวไหนขนาดไหนดีเพื่อใช้ถ่ายภาพให้ได้ภาพที่ออกมาสวยและสมบูรณ์อย่างที่เราต้องการ ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นเสมอๆเมื่อเรามีเลนส์อยู่ในกระเป๋าหลายๆ ตัว ซึ่งถ้าเกิดถ่ายภาพที่เดียวกันแต่เลนส์คนละชนิดกันภาพที่ได้ออกมาก็มีความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น Picture 3 และ Picture 4 ถ่ายในสถานที่เดียวกันเวลาใกล้เคียงกันแต่ใช้เลนส์คนละชนิดกัน โดยภาพ Picture 3 ถูกถ่ายออกมาด้วยเลนส์ Wide ซึ่งภาพที่ได้ออกมานั้น จะเห็นเรื่องราวของสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วย อีกทั้งองค์ประกอบต่างๆ ของภาพที่อยู่โดยรอบไม่ว่าจะเป็น


ท้องฟ้า, หญ้า และอื่นๆ ซึ่งถ้าเกิดเราต้องการที่จะถ่ายทอดภาพออกมาให้ได้ภาพที่มีเรื่องของสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบต่างๆ รอบๆ เพื่อส่งเสริมจุดเด่นของภาพมากขึ้นหรือช่วยเล่าเรื่องให้กับองค์ประกอบหลักมากขึ้น ในกรณีย์นี้เลนส์ wide จะเก็บภาพโดยรวมได้มาก แต่ภาพที่ได้ออกมาจุดเด่นของภาพอาจจะไม่เห็นรายละเอียดมากเท่ากับการใช้เลนส์ Tele ที่สามารถ Zoom เข้าไปให้เห็นรายละเอียดเหล่านั้นให้เด่นชัดได้มากกว่า ถ้าเกิดภาพที่เราต้องเป็นแบบที่ต้องการภาพรวมๆ ก็สมควรที่จะใช้เลนส์ Wide ถ่ายทอดภาพแนวนี้ ในทางกลับกันหากถ่ายภาพนี้ด้วยเลนส์ Tele ความรู้สึกของภาพนี้จะเปลี่ยนไปเลยทันทีอย่างที่เห็นใน Picture 4 ซึ่งถูกถ่ายออกมาจากเลนส์ Tele จะเห็นได้เลยว่าความรู้สึกจะแตกต่างจากภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ Wide อย่างชัดเจน Picture 4 นั้นจะเห็นรายละเอียดของภาพมากขึ้นและชัดเจน ดังนั้นแล้วการที่เราจึงควรทำความเข้าใจในเรื่องคุณสมบัติของเลนส์ชนิดต่างๆ ก่อน จะช่วยทำให้เราสามารถคิดและสร้างสรรค์การถ่ายภาพออกมาได้มากยิ่งขึ้น
เลนส์ Wide เป็นเลนส์ที่มี Focal Length น้อยกว่า ช่วง Normal Lens (50 mm) หรือระดับสายตา ซึ่งภาพที่ได้ออกมานั้นจะเป็น ภาพในมุมกว้าง มีความชัดลึกสูงและก่อให้เกิด เรื่องของ Distortion ตามมา ดังนั้นแล้วการใช้เลนส์ wide เพื่อถ่ายภาพนั้นสิ่งที่สมควรจะต้องระวังคือเรื่องของ Distortion ไม่งั้นแล้วภาพที่เราได้ออกมานั้นอาจจะเบี้ยวไปเลยก็ได้เลนส์ Tele เป็นเลนส์ที่มี Focal Length มากกว่า ช่วง Normal Lens (50 mm) หรือระดับสายตา ซึ่งภาพที่ได้ออกมานั้นจะเป็นภาพมุมแคบ และมี Distortion ต่ำอีกทั้งมีความชัดตื้น
ถ้าเรามีความเข้าใจในเรื่องของคุณสมบัติเลนส์แล้วซึ่งผมเชื่อว่าทุกๆคนคงมีเข้าใจในเรื่องนี้กันอยู่แล้ว ต่อมาก็ถึงเรื่องของ การจัดองค์ประกอบของภาพ โดยใช้เลนส์ช่วยในการจัดองค์ประกอบภาพ ซึ่งสิ่งแรกที่เราควรจะทำเลยก็คือ การคิดก่อนว่าเราต้องการจะถ่ายทอดสิ่งใดลงบนภาพถ่าย ต้องการที่จะนำเสนออะไรให้กับคนอื่นที่มาดูภาพแล้วเข้าใจในสิ่งที่เราจะสื่อ หรือบอกเล่า แล้วค่อยมาเลือกใช้เลนส์ให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการที่จะถ่ายภาพ
หากเราต้องการถ่ายภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ที่มีองค์ประกอบอยู่เยอะอีกทั้งต้องการที่จะใช้สภาพแวดล้อมต่างๆ มาช่วยเล่าเรื่องราวของภาพไปด้วยก็ควรที่จะใช้เลนส์ Wide เพื่อให้ได้ภาพที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Picture 5 แต่ไม่จำเป็นเสมอไปนะครับภาพบางภาพอาจจะใช้เลนส์ Tele ก็สามารถถ่ายทอดสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายๆอย่างด้วย ส่วนในเรื่องของการใช้เลนส์ Tele นั่นอาจจะเหมาะสมกับการถ่ายภาพที่เน้น หรือ ต้องการ Zoom in ในส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อให้ได้เห็นรายละเอียดของวัตถุหรือสิ่งที่เราจะถ่ายได้ชัดเจนมากขึ้น Picture 6 มากไปกว่านั้นการใช้เลนส์ Tele ยังเหมาะสมกับการถ่ายแบบ Fill the Frame นั่นก็คือการถ่าย Crop เข้ามาเพื่อตัดส่วนที่ไม่มีความสำคัญหรือ Space ที่ว่างมากเกินไปออกเพื่อให้ภาพนั้นสมบูรณ์มากขึ้นอีกด้วย Picture 7



หากเราคิดได้แบบนี้เราก็จะหมดปัญหาในการเลือกใช้เลนส์ที่มีอยู่เต็มกระเป๋าเพื่อมาถ่ายภาพได้แล้ว แต่ถ้าเกิดท่านใดที่ยังมีปัญหาในการเลือกใช้เลนส์ในการจัดองค์ประกอบภาพอยู่ ผมมีคำแนะนำดีๆในการที่จะช่วยให้เราแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ นั่นคือติดเลนส์ไปตัวเดียวเพื่อไปถ่ายรูป ซึ่งถือว่าเป็นการกึ่งๆบังคับการถ่ายภาพไปในตัว บางคนถนัดการถ่ายภาพด้วยเลนส์ Wide เพียงอย่างเดียวแต่ไม่ถนัดการถ่ายภาพด้วยเลนส์ Tele สักเท่าไหร่ ลองแก้ไขด้วยการติดเลนส์ Tele ไปถ่ายภาพเลยทั้งวัน ถ้าเกิดฝึกแบบนี้บ่อยๆจะช่วยให้เราสามารถเติมเต็มทักษะการใช้เลนส์ในช่วงที่เรายังไม่ถนัดได้เป็นอย่างดี
มุมมองภาพ (Eye View)
เรื่องต่อมาซึ่งมีความสอดคล้องกับเรื่องของการเลือกใช้เลนส์นั้นก็คือ มุมมองภาพ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราสามารถจะแบ่งออกมาได้เป็น 3 ส่วน นั่นคือ Bird Eye View, Normal Eye View และ Worm Eye View หรือที่บางคนเรียกว่า Ant Eye View เรามาเริ่มทำความรู้จักกันไปทีละตัวกันเลยดีกว่า
Normal Eye View คือ มุมภาพที่มีมุมเดียวกับระดับสายตา ซึ่งภาพมุมนี้จะก่อให้เกิดภาพที่มี Perspective ที่ไม่ผิดเพี้ยน หรือผิดเพี้ยนน้อย ซึ่งหมายถึงองค์ประกอบต่างๆ ในภาพนั้น ไม่เกิดความบิดเบี้ยวไปตามลักษณะของมุมภาพ Picture 8-9


ภาพแบบ Bird Eye View คือ มุมภาพที่มองมาจากมุมสูงกว่าระดับสายตา คิดภาพตามไปง่ายๆ ก็คือ มุมภาพที่นกมองลงมานั่นเอง ซึ่งภาพในมุมนี้จะก่อให้เกิดภาพที่มีความผิดเพี้ยนในเรื่องของ Perspective ซึ่ง Perspective ที่จะได้จากการถ่ายภาพมุมนี้จะเป็นในลักษณะลู่ลง โดยจะเห็นพื้นที่ของพื้นผิวด้านบนที่ปะทะสายตามากที่สุด ตัวอย่างเช่น Picture 10-11 จะเห็นได้ว่าภาพที่เราเห็นนั้นจะเห็นพื้นที่พื้นผิวที่ปะทะสายตามากในรูปนี้ก็คือแม่น้ำ ซึ่งหากว่าเราอยู่ในระดับ Normal Eye View รูปนี้เราจะไม่เห็นพื้นผิวน้ำมากขนาดนี้


ส่วนแบบสุดท้ายคือ Worm Eye View หรือ Ant Eye View คือ มุมภาพที่มองมาจากระดับที่ต่ำกว่าระดับสายตา คิดภาพตามไปง่ายๆ ก็คือมุมภาพที่มดมองขึ้นมานั่นเอง ซึ่งภาพในมุมนี้จะก่อให้เกิดความผิดเพี้ยนของ Perspective เช่นเดียวกับ Bird Eye View แต่อาจจะแตกต่างตรงที่ว่า Perspective ที่ได้จากการถ่ายแบบ Worm Eye View นั้นจะมีลักษณะลู่ขึ้น โดยจะเห็นพื้นที่ด้านล่างที่ปะทะสายตามากที่สุด ตัวอย่างเช่น Picture 12-13 จะเห็นได้ว่าจากในภาพนั้นส่วนที่เราเห็นมากที่สุดคือพื้นที่ด้านล่างของตึกและเกิด Perspective ที่ลู่ขึ้นอย่างชัดเจน


หากเราเข้าใจในการเลือกใช้เลนส์และเรื่องของมุมภาพแล้วเพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้เราสามารถที่จะจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายมากขึ้น แต่การที่จะจัดองค์ประกอบภาพนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยเพียงแค่ทฤษฎีเดียวเท่านั้นภาพบางภาพอาจจะประกอบไปด้วย ทฤษฎีต่างๆ เหล่านี้หลายๆ ทฤษฎีรวมกันจนกลายเป็นภาพๆ หนึ่งก็ได้
ดังนั้นแล้วผมจึงแนะนำให้ลองเอาหลายๆ ทฤษฎีที่ผมได้กล่าวมาแล้วนำมาประยุกต์ร่วมกันเพื่อใช้ในการจัดองค์ประกอบภาพที่สมบูรณ์มากขึ้นนะครับ











