Camerart Magazine

banner250x90

Basic COMPOSITION Part 1

การถ่ายภาพประกอบไปด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างเพื่อเติมเต็มภาพถ่ายต่างๆ

เรื่องและภาพ : oat-chaiyasith

ของเราให้ออกมาสวยงามและสมบูรณ์ แต่เมื่อพูดถึงปัจจัยพื้นฐานเหล่านั้นซึ่งเราเรียนว่า “พื้นฐานของการถ่ายภาพ” คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเรื่องของพื้นฐานการวัดแสงเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือ ศิลปะของการถ่ายภาพ (Art of Photography) สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มภาพถ่ายของเราให้สมบูรณ์มากขึ้น เมื่อพูดถึงศิลปะการถ่ายภาพนั่นก็สามารถจะแบ่งออกมาได้เป็นหลายๆ ส่วนแต่วันนี้เราจะมาพูดถึงส่วนที่ถือว่าเป็นพื้นฐานที่สุดและมีความสำคัญที่สุดเช่นเดียวกันคือ การจัดองค์ประกอบของภาพ (Composition) ซึ่งสิ่งที่นำมาเสนอวันนี้เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ดังนั้นทฤษฎีต่างๆ ที่จะพูดถึงเป็นทฤษฎีของศิลปะที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพ

            องค์ประกอบ (Element) ภาพถ่ายทุกภาพนั้นจะต้องประกอบไปด้วย องค์ประกอบต่างๆ ซึ่งอยู่รวมกันจนกลายเป็นภาพๆ หนึ่ง อาจจะมีหนึ่ง สอง หรือ หลายๆ องค์ประกอบอยู่ในภาพๆ หนึ่งก็ได้เช่น Picture 1 ประกอบไปด้วย พระจันทร์ เป็นองค์ประกอบที่หนึ่ง ส่วนองค์ประกอบที่สองนั่นก็คือก้อนเมฆ เป็นต้น ดังนั้นแล้วจะเห็นได้ว่าภาพทุกภาพนั้นจะต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถึงจะออกมาเป็นภาพๆ หนึ่งได้ ในเรื่องของ องค์ประกอบ นั้นยังประกอบไปด้วย 4 ส่วนใหญ่ๆ นั่นก็คือ ความสมมาตร (Symmetry), ความไม่สมมาตร (Asymmetry), ความสมดุล (Balance) และ พื้นที่ (Space) ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับ 4 ส่วนนี้กันทีละตัวเลย

Symmetry

            เริ่มจากความสมมาตรหรือ Symmetry หมายถึงการมีสัดส่วนที่เท่ากันทั้งสองด้านเช่นใบหน้าของคนเรานั้น Picture 2 ซึ่งถือว่าเป็นความสมมาตรอย่างหนึ่ง เมื่อขีดเส้นตรงกลางหน้า Picture 3 จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบของทั้งสองข้างของใบหน้ามีความสมมาตรและสมดุลกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งทฤษฎีเรื่องของ Symmetry มักนิยมใช้กับการถ่ายทอดภาพแนวสถาปัตยกรรม เพราะว่างานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ต้องใช้ความสมมาตรในการออกแบบและก่อสร้างเพื่อให้ได้งานสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์และแข็งแรงดังนั้นแล้วเมื่อเราถ่ายทอดงานสถาปัตยกรรมเหล่านี้ลงบนภาพถ่ายก็จะต้องใช้ทฤษฎีที่ช่วยส่งเสริมให้ภาพเหล่านั้นออกมาดูสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งโดยหลักของความสมมาตร (Symmetry) นั้นจะช่วยนำเสนอเรื่องของความสมบูรณ์แบบ, ความเนียบ, ความแข็งแรงมั่นคง และความสมดุล ดังนั้นจึงทำให้หลักของ ความสมมาตร (Symmetry) จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพงานสถาปัตยกรรม ดั่งเช่นภาพตัวอย่าง Picture 4-5 จะเห็นได้ว่าส่วนของ A และ B มีความสมมาตรกัน เช่นเดียวกับภาพ Picture 6-7

 

Asymmetry

            เมื่อมีความสมมาตรแล้วก็ต้องมีความไม่สมมาตร หรือ Asymmetry ซึ่งมีความหมายตรงกันข้ามกับทฤษฎีของความสมมาตรกันอย่างสิ้นเชิง นั่นหมายถึงการมีสัดส่วนที่ไม่เท่ากันในภาพ Picture 8-9 ซึ่งในภาพองค์ประกอบด้านซ้ายมือ ที่ไม่สมมาตรกับองค์ประกอบทางด้านขวา อย่างชัดเจน ภาพในทฤษฎีความไม่สมมาตรนั้นจะก่อให้เกิดเรื่องของพื้นที่ตามมา ซึ่งพื้นที่ๆ เกิดขึ้นเหล่านั้นมีทั้งที่ทำให้ภาพดูดีขึ้นและทำให้ภาพดูขาดความสมบูรณ์ แต่สามารถแก้ไขได้โดยการใช้เส้นเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของภาพและถ่ายเทน้ำหนักของภาพไม่ให้พื้นที่ว่างเหล่านั้นทำให้ภาพดูโล่งจนเกินไป เช่น Picture 10 เป็นความไม่สมมาตรซึ่งองค์ประกอบของภาพอยู่ทางด้านขวาแต่เราสามารถใช้ลูกศรในป้ายของภาพนั้นถ่ายเทความรู้สึกของน้ำหนักในภาพนี้ไปยังพื้นที่ว่างทางด้านขวาได้ Picture 11

 

Balance

            ส่วนเรื่องต่อมาคือ Balance หมายถึงความสมดุลโดยการวางองค์ประกอบของภาพให้เกิดความเหมาะสมและเกิดภาพที่สวยงามในเรื่องของน้ำหนักและองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นมุมไหนของภาพก็ได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องสมดุลเสมอไป ในทฤษฎีนี้จะไม่เหมือนกับทฤษฎีของสมมาตรนะครับ เพราะถ้าถ่ายด้วยทฤษฎีของสมมาตรแล้วจะทำให้เกิดทฤษฎีสมดุลตามมาโดยอัตโนมัติแต่ทฤษฎีของสมดุลไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดทฤษฎีของสมมาตรเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น Picture 12-13 ซึ่งมีการวางองค์ประกอบของภาพให้เกิดความสมดุลโดยวาง A กับ B ไว้เป็นฐานของภาพและถ่วงความสมดุลระหว่างซ้ายกับขวา และวาง C ซึ่งเป็นจุดเด่นของภาพไว้ตรงกลางของภาพทำให้ภาพนี้เกิดความสมดุลและมีจุดเด่นอยู่ที่กลางภาพ มาดูกันอีกสักตัวอย่างหนึ่ง Picture 14-15 ภาพนี้เมื่อดูแล้วมีการวางสมดุลของภาพระหว่างทางซ้ายกับทางขวา แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาในภาพนี้นั่นก็คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางซ้ายและทางขวาเข้าด้วยกันด้วยการใช้เส้นมาสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งในรูปนี้ใช้เส้นที่เกิดจากการถ่ายความไวชัตเตอร์ต่ำเพื่อให้เกิดเส้นจากแสงไฟของรถยนต์ จึงทำให้องค์ประกอบทางด้านซ้ายและทางด้านขวามีความสัมพันธ์กันมากขึ้น

 

Space

            และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องของ Space หมายถึงการสร้างพื้นที่ว่างให้กับภาพถ่าย เพื่อเป็นการเน้นองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งหรือเป็นการสร้างพื้นที่ว่างเพื่อให้ภาพไม่เกิดความอึดอัดจนเกินไป Picture 16-17 จะเห็นได้ว่าภาพนี้มีพื้นที่ว่างทางด้านซ้ายและด้านบน องค์ประกอบหลักๆ ของภาพอยู่ทางด้านขวาล่างจึงทำให้ภาพนี้มีน้ำหนักอยู่ทางด้านขวาล่าง แต่เมื่อเกิด Space มากๆ บางครั้งอาจจะทำให้ดูโล่งจนเกินไปดังนั้นแล้วเราสามารถที่จะใช้องค์ประกอบอื่นๆ มาเพิ่มเติมในภาพให้ภาพนั้นดูไม่โล่งจนเกินไปได้ แต่องค์ประกอบต่างๆ ที่จะมาเพิ่มเติมเหล่านั้นจะต้องมีน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไปจนมารบกวนองค์ประกอบหลักของภาพ เช่นในภาพตัวอย่างนี้มีการวางองค์ประกอบของนกเพื่อลดพื้นที่ทางด้านบนที่มีมากจนเกินไปให้น้อยลง    


            ทฤษฎีเรื่องขององค์ประกอบถือเป็นพื้นฐานสำหรับการจัดองค์ประกอบภาพ แต่ภาพๆ หนึ่งที่สมบูรณ์ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีแค่ทฤษฎีเดียวแต่ภาพที่ดีหนึ่งภาพสามารถประกอบไปด้วยหลายๆ ทฤษฎีในเรื่องขององค์ประกอบภาพ เรื่องขององค์ประกอบ (Element) เป็นเพียงแค่ทฤษฎีหนึ่งของพื้นฐานการจัดองค์ประกอบภาพเท่านั้น ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ทฤษฎีย่อยตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งทั้งหมดนั้นจะมีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนในเรื่องของน้ำหนัก, สมดุลและองค์ประกอบภาพข้างต้น

            สำหรับหลายๆ คนที่พึ่งเริ่มถ่ายภาพและไม่มีความรู้เรื่องของศิลปะในการถ่ายภาพสักเท่าไหร่คงจะมีปัญหาในเรื่องการที่จะถ่ายภาพยังไงให้ออกมาดูดีหรือสมบูรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ไม่อยากเพียงแค่เราเข้าใจและมองให้มันง่ายขึ้น ผมมีเทคนิคหนึ่งจะมาแนะนำสำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องนี้ นั่นก็คือการมององค์ประกอบต่างๆ ให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต ไม่ว่าจะเป็น สามเหลี่ยม, สี่เหลี่ยม หรือ วงกลม แล้วค่อยจัดองค์ประกอบภาพ อย่างเช่นภาพตัวอย่างที่ผมมีการมององค์ประกอบต่างๆ เป็นสี่เหลี่ยมเพื่อให้เข้าใจมากขึ้นและง่ายขึ้นด้วย เพียงเท่านี้มันก็จะช่วยให้คุณจัดองค์ประกอบของภาพได้ง่ายขึ้นและดูดีขึ้นได้ด้วยและอีกสิ่งหนึ่งที่ผมแนะนำให้ทำควบคู่กันไปก็คือการดูภาพถ่ายเยอะๆ เพราะมันจะทำให้เราจดจำและนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดองค์ประกอบภาพของเราได้ง่ายขึ้นอีกทางหนึ่งเช่นกัน

            สำหรับเรื่องการจัดองค์ประกอบภาพนั้นไม่ได้มีเพียงเรื่องขององค์ประกอบ (Element) เพียงอย่างเดียว ยังมีทฤษฎีอื่นๆ อีกซึ่งสามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพได้และสามารถทำให้ภาพที่เราถ่ายนั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วย

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน