Camerart Magazine

banner250x90

You are here: Home เทคนิคถ่ายภาพ เทคนิคการถ่ายภาพ เรียนเรื่องแสง จากภาพถ่าย

เรียนเรื่องแสง จากภาพถ่าย


          เรื่องที่นักถ่ายภาพรุ่นใหม่มักจะถามผมอยู่ประจำอย่างเช่น รูปนี้ควรจะใช้เลนส์อะไรดี รูปนี้ควรจะใช้รูรับแสงเท่าไหร่ ตั้งความไวชัตเตอร์เท่าไหร่ ถ้าเป็นคำถามในลักษณะนี้แล้วละก็คำตอบที่ผมจะให้ก็จะเป็นการชี้แจงในเรื่องความรู้ความเข้าใจในเรื่องการใช้กล้องและอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพ

  แต่ถ้าออกเที่ยวถ่ายภาพด้วยกันแล้ว ปัญหาที่มักจะได้รับการถามไถ่ที่น่าสนใจก็คือ เรื่องการจัดองค์ประกอบ และเรื่องการดูแสงอย่างไรจึงจะถ่ายภาพได้สวย คำถามทั้งสองแบบหลังนี้ต้องถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ภาพถ่ายดูดี ดูสวยงาม หรือดูมีความหมาย ทำให้ภาพมีคุณค่ามากขึ้น
          เรียนเรื่องแสง จากภาพถ่าย ในที่นี่หมายความถึงการศึกษาได้ด้วยตนเองจากภาพถ่ายต่างๆ ที่เราชอบก็ได้ว่าเขาวางทิศทางแสงอย่างไร จึงจะได้ผลของภาพที่ทำให้เราชอบ เขาใช้แสงแข็งหรือแสงนุ่มจึงจะให้ผลของภาพอย่างที่เราต้องการ หรือแม้แต่ว่าแสงมีผลอย่างไรต่อภาพถ่าย  แล้วดูได้อย่างไร

            แสงในธรรมชาติ แสงที่เราจะคุยกันนั้นขอทำความเข้าใจก่อนว่าจะใช้แสงธรรมชาติเป็นหลักในการถ่ายภาพ อย่างเก่งก็ร่วมกับแฟลชที่เรามีใช้กันอยู่ไม่ได้หมายถึงแสงไฟในสตูดิโอ ความสำคัญของแสงนั้นแน่นอนว่าสำคัญแน่ๆ เพราะถ้าไม่มีแสงการถ่ายภาพก็คงไม่เกิดขึ้นได้ แต่ความสำคัญของแสง ยังมีมากว่านั้น ในเรื่องการสร้างสรรค์ภาพ แสงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์ภาพ ความสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ เมื่อมีแสงส่องมายังวัตถุจะเกิดมีเงาเกิดขึ้นขึ้น ดังนั้นการสร้างสรรค์ภาพจึงเริ่มต้นขึ้นได้จากเรื่องแสงและเงา และ เงาที่เกิดขึ้นนี้เองที่ทำให้ภาพมีมิติ แต่การที่จะมีมิติมากน้อยแค่ไหนนั้นสิเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา โดยธรรมชาติของแสงถ้าเป็นแสงแข็ง นั่นหมายความว่าแสงมีความจัดจ้า ส่องเข้าที่ใดก็จะเป็นเงาแข็ง  เห็นได้ชัดเจน ทำให้ภาพมีมิติที่ชัดเจน แต่ถ้าเป็นแสงนุ่ม นั่นหมายความว่าแสงมีความจัดจ้าลดลงกลายเป็นแสงนุ่น เงาที่ได้ก็จะเป็นเงานุ่ม ภาพที่ได้ก็จะมีมิติที่ลดลงเช่นกัน

            ทิศทางของแสงก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ภาพได้ ปกติแสงที่เข้าทางด้านหน้าของวัตถุ หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า ตามแสง เราต้องเข้าใจก่อนว่าเงานั้นจะทอดไปในทางตรงกันข้ามคือด้านหลัง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะไม่มีส่วนของเงาปรากฏทำให้มิติของภาพหายไป ภาพที่ได้จึงเป็นภาพที่ขาดมิติไป ในตรงกันข้าม ถ้าแสงเข้าทางด้านหลังของวัตถุ เงาก็จะทอดมาด้านหน้าภาพของเราก็จะเห็นภาพเงาดำไปทันที แต่ถ้าแสงเข้าทางด้านข้างของวัตถุ เงาก็จะทอดไปทางด้านข้างอีกด้านหนึ่ง ในกรณีนี้ก็จะทำให้วัตถุดูมีมิติมากขึ้น นี่คือหลักการเบื้องต้นที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อน 

            เมื่อเรียนรู้ทางด้านทฤษฎีกันมาแล้ว หลายต่อหลายท่านก็อาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่าแล้ว หน้าตาของภาพนั้นมันจะออกมาในลักษณะไหนกันบ้าง เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เราจึงขอนำคุณมาเรียนเรื่องแสง จากภาพถ่าย พร้อมๆ กันไปด้วยครับ




            ภาพที่ 1 และ 2 เป็นภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยแสงแข็ง โดยให้ทิศทางของแสงเข้าทางด้านข้างของวัตถุ เราจะพบว่าส่วนของเงาจะมีความเข้มเห็นได้ชัดเจนเป็นเส้นเงาที่มีความคมชัด ภาพในลักษณะเช่นนี้จะเป็นภาพที่มีความเปรียบต่างค่อนข้างสูง  ทำให้เห็นส่วนมืดส่วนสว่างในภาพแยกกันชัดเจน ดูรู้สึกเสมือนหนึ่งภาพมีความคมชัดและมีมิติ ความสวยงามของภาพประเภทนี้ก็อยู่ที่การสร้างสรรค์การถ่ายภาพด้วยการใช้แสงและเงามาร่วมในการสร้างภาพ อย่างเช่นในภาพที่ 3 ที่อาศัยแสงและเงาเป็นส่วนประกอบของภาพ 




           ภาพที่ 4 และ 5 เป็นภาพถ่ายที่ถ่ายภาพด้วยแสงที่เรียกว่าแสงนุ่ม เราสามารถสังเกตและลงความเห็นได้ว่าภาพนี้เป็นแสงนุ่มได้โดยการสังเกตจากเงาที่เกิดขึ้นในภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใบหน้าของแบบที่ถ่ายภาพว่าเงาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเงานุ่ม ไม่มีส่วนที่เป็นเงาแข็งเป็นเส้นเป็นขอบให้เห็นเลย ภาพในลักษณะนี้เราจะพบว่ามีความเปรียบต่างลดลง ส่วนตัดกันระหว่างส่วนมืดส่วนสว่างน้อยลง ภาพมีความนุ่มนวลมากขึ้น ซึ่งแสงในลักษณะนี้นั้นมักจะใช้กันมากในการถ่ายภาพบุคคลที่ไม่ต้องการความเปรียบต่างสูง ตัวอย่างเช่นเดียวกันนี้คือภาพถ่ายที่ 6


            ภาพที่ 7 เป็นภาพที่ถ่ายโดยใช้ทิศทางแสงเข้าทางด้านหน้าของวัตถุหรือตัวแบบ หรือที่เรามักจะเรียกกันง่ายๆ ว่าถ่ายตามแสง  ภาพถ่ายในลักษณะนี้มีข้อดีคือความสว่างของภาพสามารถกระจายความสว่างได้ทั่วถึง  ทำให้ภาพดูใสสว่างมีรายละเอียดครบตามที่ต้องการ จุดอ่อนสำหรับแนวแสงประเภทนี้ก็คือ ภาพมักจะขาดมิติ ซึ่งถ้าดูอย่างละเอียดจะพบว่า  ภาพไม่สามารถขับเน้นส่วนนูนต่างๆ ได้เต็มที่ อย่างเช่นส่วนโด่งของดั้งจมูกบนโครงใบหน้าเป็นต้น





            ภาพที่ 8 และ 9 เป็นภาพถ่ายที่ถ่ายภาพด้วยการให้ทิศทางแสงเข้าทางด้านข้างของวัตถุ โดยมีทิศทางแสงเยื้องเข้าทางด้านหน้า ทิศทางแสงในลักษณะนี้เป็นทิศทางแสงที่นิยมใช้ถ่ายภาพกันมากเนื่องจากเป็นทิศทางแสงที่ช่วยให้ภาพมีมิติดี ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสว่างของวัตถุด้านหน้าได้อย่างชัดเจน สามารถขับเน้นรูปทรงของวัตถุให้เห็นชัดเจนไม่ว่าจะเป็นทรงเหลี่ยมหรือทรงกลม ทิศทางแสงในลักษณะนี้ถ้าใช้เป็นแสงนุ่มด้วยแล้วยังเป็นที่นิยมสำหรับใช้ในการถ่ายภาพบุคคล เนื่องจากให้ความสว่างบนตัวแบบได้ดีและสามารถขับเน้นรายละเอียดบนส่วนของใบหน้า โหนกคิ้ว ดั้งจมูก หรือแม้แต่รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ซึ่งเป็นเคล็ดที่ไม่ลับที่บรรดาช่างภาพในระดับอาชีพก็นิยมใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย ซึ่งเราสามารถที่จะใช้ภาพถ่ายเหล่านั้นนำมาศึกษาต่อๆ ไปได้อย่างเช่นภาพที่ 10 และภาพที่ 11 ก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ในการถ่ายภาพ


            ภาพที่ 12 เป็นภาพถ่ายที่ถ่ายภาพด้วยการให้ทิศทางของแสงเข้าทางด้านบนของวัตถุ โดยให้ทิศทางแสงเยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย ซึ่งถ้าสังเกตในภาพก็สามารถสังเกตทิศที่มาของแสงได้จากเงาที่ทอดในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางของแสง ในภาพนี้ใช้การถ่ายภาพร่วมกับการเลือกแสงเป็นแสงแข็งเพื่อให้เข้ากับลักษณะของวัตถุที่ถ่ายภาพ ทั้งยังเน้นให้ภาพดูเสมือนมีรายละเอียดและมิติที่น่าสนใจมากขึ้น


 แสงริมไลท์ ภาพที่ 14, 15

            แสงริมไลท์ เป็นทิศทางแสงที่นิยมถ่ายภาพกันมากตั้งแต่การถ่ายภาพบุคคล การถ่ายภาพสัตว์ หรือการถ่ายภาพต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า ลักษณะของภาพที่ได้จากทิศทางแสงแบบนี้ก็คือจะได้ภาพที่มีความสว่างที่ส่วนของขอบสิ่งที่ต้องการถ่ายภาพเพื่อให้ตัดกับฉากหลังสามารถเน้นวัตถุหรือบุคคลให้แยกออกจากส่วนของฉากหลัง ดังตัวอย่างในภาพที่ 14 และภาพที่ 15 เป็นภาพถ่ายส่วนหัวของนกกระจอกเทศที่มีแสงล้อส่วนขนด้านข้างเป็นส่วนสว่างแยกส่วนหัวของนกกระจอกเทศออกจากฉากหลังให้ดูลอยเด่นมากยังขึ้น

            วิธีการที่ใช้ถ่ายภาพ ในลักษณะนี้ก็คือ การเลือกถ่ายโดยเลือกทิศทางของแสงให้เข้าทางด้านหลังของวัตถุ ในทางปฏิบัติ ถ้าเป็นแสงกลางแจ้งก็มักจะเลือกเป็นแสงราว 9-11 น. ตอนเช้า หรือบ่าย 2-5 โมงเย็น ซึ่งก็ไม่ได้เป็นกฎตายตัว แต่เลือกมุมกล้องให้แสงเข้าทางด้านหลังหรือด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลัง

            ที่สำคัญก็คือการเลือกฉากหลังควรจะเลือกฉากหลังที่มีความเข้มหน่อย การวัดแสงควบคุมความสว่างที่ส่วนหน้าของวัตถุ ภาพที่ได้ก็จะได้แสงริมไลท์ตามที่ต้องการ 


 แสงส่องผม ภาพที่ 16, 17

            การถ่ายภาพบุคคลนั้นแสงที่ส่องลงบนผมของแบบที่ต้องการถ่ายภาพ จะช่วยเน้นความสวยงามของแบบได้มากยิ่งขึ้น เป็นที่นิยมสำหรับการถ่ายภาพบุคคล ดังในภาพที่ 16 และภาพที่ 17 จะเห็นได้ว่ามีทิศทางของแสงที่ตกลงบนเส้นผมแสดงให้เห็นถึงความเงางามของเส้นผม การเลือกทิศทางของแสงในลักษณะนี้ก็คือ เลือกการถ่ายภาพในจังหวะที่มีแสงจากมุมสูงตกลงบนส่วนของเส้นผม ซึ่งทิศทางของแสงควรที่จะเข้าทางด้านข้างเยื้องไปทางด้านหลัง

            ข้อควรระวัง คือการหลีกเลี่ยงให้แสงตกลงบนส่วนของใบหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดจ้ำสว่างขึ้นบนใบหน้า การวัดแสงเลือกการวัดแสงควบคุมความสว่างของใบหน้าเป็นหลัก และควรระวังในเรื่องของฉากหลัง ถ้าได้ฉากหลังที่เข้มหน่อยก็จะช่วยขับเน้นให้ตัวแบบแยกออกจากฉากหลังได้ดีขึ้นอีกด้วย ในทางปฏิบัตินั้นถ้าฉากหลังมีความสว่างมากอาจจะใช้แผ่นสะท้อนแสงเข้าช่วยความสว่างของใบหน้าของแบบเพิ่มก็ได้

 
ภาพเงาดำ ภาพที่ 18

            ภาพเงาดำ เป็นภาพอีกลักษณะหนึ่งที่นักถ่ายภาพหลายต่อหลายท่านนิยมนำมาใช้สร้างสรรค์ให้ภาพถ่ายดูดีได้ในอีกลักษณะหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพขาวดำ หรือภาพเอกรงค์ ภาพในลักษณะนี้ ความต้องการนั้นก็จะอยู่ที่การขับเน้นรูปร่างของสิ่งที่ต้องการถ่ายเป็นสำคัญโดยไม่ได้เน้นที่รายละเอียดของวัตถุที่ต้องการถ่ายภาพ แต่อย่างไรก็ตามในการไล่รายละเอียดนั้นถ้าสามารถทำได้ก็จะได้ภาพถ่ายที่มีทั้งส่วนเงาดำและส่วนที่มีรายละเอียดในภาพเพิ่มก็จะช่วยเพิ่มให้ภาพถ่ายนั้นๆ น่าชมมากขึ้น

            วิธีการสร้างสรรค์ภาพแบบนี้ก็คือ เลือกทิศทางของแสงให้เข้าทางด้านหลังของวัตถุ แต่การวัดแสงจะไม่เน้นที่ตัววัตถุซึ่งจะทำให้ส่วนหน้าของวัตถุสว่าง แต่จะวัดแสงควบคุมความสว่างของภาพให้วัตถุดำโดยใช้การวัดแสงที่บริเวณส่วนสว่างของภาพแทน ดังตัวอย่างในภาพที่ 18



แสงและเงายามบ่าย ภาพที่ 19, 20

            เรื่องของแสงและเงา เป็นคุณลักษณะที่ใช้กันอยู่เสมอในการคิดสร้างสรรค์ถ่ายภาพ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้ทั้งการถ่ายภาพขาวดำ หรือ ภาพสี การถ่ายภาพด้วยการใช้ทิศทางแสงเพื่อให้เกิดเงานั้น เราก็ใช้พื้นฐานเบื้องต้นของคุณสมบัติแสง ที่นิยมก็คือการใช้แสงแข็งเพื่อให้ได้เงาที่เข้มล้อกับวัตถุ ทั้งยังเพิ่มมิติให้กับสิ่งที่เราต้องการถ่ายภาพ ดังตัวอย่างในภาพที่ 19 ภาพที่ 20 ซึ่งเป็นได้ทั้งภาพสีหรือภาพขาวดำ การถ่ายภาพในรูปแบบนี้จะว่าไปแล้วการถ่ายภาพไม่ใช่เป็นเรื่องยุ่งยากแต่ประการใด การเลือกแสงในช่วงบ่ายที่สภาพแสงจัดหน่อยก็จะได้ลักษณะที่ต้องการ ความยากที่จะทำให้ภาพถ่ายดูดีมีคุณภาพก็คือ การสร้างสรรค์ มุมมองเพื่อให้ได้ภาพจะเป็นเครื่องปรุงแต่งให้ภาพถ่ายมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น



 แสงลอดใบไม้ กิ่งไม้ ภาพที่ 21, 22

            แสงที่ลอดใบไม้ใต้ร่มไม้ แสงที่ลอดกิ่งไม้ เป็นแสงอีกประเภทหนึ่งที่นักถ่ายภาพนิยมใช้สำหรับการถ่ายภาพ ข้อดีของแสงที่ลอดจากกิ่งไม้ใบไม้ก็คือ เป็นแสงที่ไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป และเป็นแสงที่สามารถให้ความเข้มของแสงที่ตกลงบนวัตถุมีส่วนสว่างสลับกับส่วนมืดบ้างซึ่งทำให้ภาพมีอารมณ์ไปอีกรูปแบบหนึ่ง ดังในภาพที่ 21 เป็นการถ่ายภาพใต้ต้นไม้ที่ใช้แสงที่ลอดจากกิ่งไม้ใบไม้

            แต่การเลือกใช้ลักษณะแสงดังกล่าวนี้ก็มีข้อที่ต้องระมัดระวังเช่นกัน ถ้าแสงที่ลอดมานั้นมีส่วนสว่างและส่วนมืดมีบริเวณกว้าง แต่แบบที่ต้องการถ่ายนั้นอยู่ทั้งในส่วนมืดและส่วนสว่างของแสง อย่างเช่นภาพที่ 22 จะพบว่าในหมู่นางแบบหลายคนนั้นถ่ายภาพด้วยแสงในลักษณะดังกล่าว แต่แสงที่ลอดมานั้นมีบริเวณที่กว้าง สิ่งที่ต้องระมัดระวังนั่นคือการควบคุมความสว่างของภาพต้องอาจจะต้องเฉลี่ยความสว่างเพื่อให้เห็นได้ตลอดทุกคน แน่นอนว่าคงจะเห็นให้ดีไม่ได้ทุกคน

 

เวปบอร์ดห้องนี้สำหรับสมาชิกคุยกัน

ห้อง Digital ClassRoom (เฉพาะสมาชิก)

Support Center

Camerart Magazine
สื่อกลางของคนเล่นกล้องสำหรับนักถ่ายภาพ

บริษัท เลเซอร์กราฟฟิค 82 จำกัด
136/29 ถ.นเรศ สี่พระยา
บางรัก กรุงเทพฯ 10500

Tel: 0-2235-9958-9
Fax: 0-2237-1484
Email:
camerart@camerart
magazine.com

Website:
www.camerartmagazine.com


แลกลิ้งค์กับคาเมราร์ต
ต้องการแลกลิ้งค์กับคาเมาราร์ตให้ส่งเมลล์แจ้งขนาดแบนเนอร์และหน้าที่ท่านจะติดแบนเนอร์ของเราพร้อมส่งแบนเนอร์ของท่านมาที่ Emailด้านบน